
เงินทะลักภูมิภาค1.4แสนล้าน
คาดส่งผลดีธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แนะเร่งใช้ก่อนเศรษฐกิจหมดแรง
คาดส่งผลดีธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แนะเร่งใช้ก่อนเศรษฐกิจหมดแรง
กระตุ้นรัฐเร่งเบิกจ่ายอัดเงิน 1.47 แสนล้านบาท ก่อนเศรษฐกิจขาดใจหมดแรงส่ง
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยล่าสุด ว่าจะมีเม็ดเงินจากภาครัฐกระจายลงเศรษฐกิจท้องถิ่นระหว่างเดือน พ.ค.-ก.ย. 2558 อีกกว่า 1.47 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจในภูมิภาคได้เป็นอย่างดี โดยรัฐบาลต้องเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมายก่อนเศรษฐกิจขาดแรงส่ง
ทั้งนี้ พื้นที่ภูมิภาคที่ได้รับเม็ดเงินสูงสุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3.7 หมื่นล้านบาท รองลงมา คือ ภาคเหนือ 2.7 หมื่นล้านบาท ภาคกลาง 2.5 หมื่นล้านบาท กรุงเทพฯ 2.4 หมื่นล้านบาท ภาคใต้ 2 หมื่นล้านบาท และภาคตะวันออก 1.2 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ธุรกิจกลุ่มแรกที่ได้รับผลดี คือ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เคยรับงานของภาครัฐและได้ขึ้นทะเบียนบริษัทโดยหน่วยงานของรัฐ เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน เพราะสามารถเข้าประมูลโครงการก่อสร้างจากหน่วยงานราชการได้โดยตรง
สำหรับธุรกิจกลุ่มที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ แม้ไม่สามารถเข้าประมูลงานได้โดยตรงก็ยังสามารถรับงานสัญญาย่อยจากผู้รับเหมาก่อสร้างกลุ่มแรก กลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากโครงการก่อสร้างลำดับต่อมา คือ กลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า การค้าและให้เช่าวัสดุเครื่องมือเครื่องจักรในพื้นที่โครงการก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความชัดเจนว่า เม็ดเงิน 1.47 แสนล้านบาท จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่ในอดีตการเบิกจ่ายทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายมาโดยตลอด ดังนั้น การเร่งเบิกจ่ายภาครัฐให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่เศรษฐกิจภูมิภาคได้ทันในปีนี้ จึงเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียว เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจซึมยาว
นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยมีปัญหาการส่งออก การบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน ไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ การลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐจึงเป็นเครื่องยนต์เดียวที่เหลืออยู่และใช้กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคได้ โดยในปี 2558 เม็ดเงินลงทุนและใช้จ่ายภาครัฐเข้าสู่เศรษฐกิจภูมิภาคจาก 2 ส่วน คือ โครงการลงทุนภายใต้ปีงบประมาณ 2558 และงบกระตุ้นเศรษฐกิจ







