posttoday
กดดันพม่าแก้ต้นทางโรฮีนจา

กดดันพม่าแก้ต้นทางโรฮีนจา

30 พฤษภาคม 2558

ผลการประชุมเพื่อแก้ปัญหาการอพยพของชาวโรฮีนจา หรือการประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐาน

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ผลการประชุมเพื่อแก้ปัญหาการอพยพของชาวโรฮีนจา หรือการประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย ที่โรงแรมอนันตรา กรุงเทพฯ ซึ่งมีตัวแทนประเทศที่เกี่ยวข้อง 17 ชาติเข้าร่วม โดยได้ข้อสรุปว่า ทุกฝ่ายจะเพิ่มความพยายามค้นหาและช่วยเหลือทางมนุษยธรรมต่อผู้ที่ยังตกค้างในทะเล และหาแนวทางในการนำผู้อพยพขึ้นฝั่ง รวมถึงการแก้ปัญหาต้นทางที่ประเทศเมียนมา

นรชิต สิงหเสนี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ทุกประเทศและองค์กรระหว่างประเทศที่เข้าร่วมหารือครั้งนี้มีท่าทีอย่างสร้างสรรค์ โดยไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ยืนยันว่าจะส่งทีมค้นหาและกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือชาวโรฮีนจา โดยให้องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ IOM และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ร่วมกันเพื่อปฏิบัติการคัดแยก

ขณะที่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ที่ประชุมเห็นร่วมให้พัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการสร้างอาชีพ เพิ่มการค้าและการลงทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยินดีเปิดรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ

“เมียนมายินดีต้อนรับจะเข้าไปช่วยพัฒนาด้วย เป้าหมายระยะยาวของเรา คือ คนไม่จำเป็นต้องหนีออกมา เขาต้องอยู่อย่างสงบสุข มีงานทำ คุณภาพชีวิตดี ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็คงไม่มีใครอยากออกมา” ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว

นรชิต กล่าวว่า การพูดคุยครั้งนี้ยังไม่ได้บทสรุปที่ชัดเจน เพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาละเอียดอ่อน ดังนั้นต้องใช้เวลาหารือแก้ไขต่อไปในเวทีที่จะเกิดขึ้น คือ การประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติที่ประเทศมาเลเซียในปีนี้ 

สำหรับความช่วยเหลือด้านการเงินจนถึงขณะนี้ นรชิต กล่าวว่า IOM ให้งบประมาณ 26 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อแก้ปัญหาผู้อพยพทางเรือ สหรัฐบริจาค 3 ล้านเหรียญสหรัฐ ประเทศออสเตรเลียจากเดิมที่บริจาค 6 ล้านเหรียญออสเตรเลีย ให้เพิ่มอีก 5 ล้านเหรียญออสเตรเลีย เพื่อให้กับรัฐยะไข่ของเมียนมา และเมืองค็อกบาซาร์ในบังกลาเทศ ประเทศญี่ปุ่นจะรีบพิจารณาเพิ่มความช่วยเหลือ รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค โดยเฉพาะการโยกย้ายถิ่นฐาน 

แอนน์ ซี ริชาร์ด ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศสหรัฐ แถลงว่า การโยกย้ายถิ่นฐานไม่ใช่ทางออกสำหรับวิกฤตครั้งนี้ หากต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง ต้องอยู่ที่ประเทศต้นทางที่ต้องทำให้ประชาชนไม่รู้สึกอยากอพยพหลบหนีจนตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์   

ทั้งนี้ สหรัฐได้ส่งเครื่องบินค้นหาผู้อพยพทางทะเล ใช้ฐานปฏิบัติการอยู่มาเลเซีย โดยเริ่มแล้วมีกำหนดถึงวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเข้ามาอย่างถาวร

“เรายืนยันในหลักการรักษาชีวิตและดูแลประชาชน ขณะเดียวกันต้องปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์” ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศสหรัฐ กล่าว

สำหรับบรรยากาศระหว่างการประชุม วิลเลียม สวิง ผู้อำนวยการ IOM กล่าวว่า การแก้ปัญหาควรคำนึงถึงสมดุลระหว่างความมั่นคงของชาติกับการมีมนุษยธรรม และควรแก้ปัญหาด้วยการจับกุมและลงโทษตัวการขบวนการค้ามนุษย์ ไม่ใช่การจับผู้ที่เป็นเหยื่อ 

ด้าน วอลเคอร์ เทิร์ค ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ด้านการปกป้องของ UNHCR ระบุว่า การแก้ปัญหาที่ต้นทาง คือ การให้สัญชาติคนที่โยกย้ายถิ่นฐาน ถือเป็นความรับผิดชอบเต็มๆ ของเมียนมาที่ต้องยอมรับประเด็นปัญหาโดยเร็ว รวมถึงต้องให้ผู้ที่ต้องการโยกย้ายถิ่นฐานมีสิทธิขั้นพื้นฐานเสมอกับพลเมืองเมียนมาทั่วไปด้วย 

“หากจะแก้ปัญหาต้องพูดถึงสาเหตุต้นตอที่แท้จริงด้วย” วอลเคอร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ทิต ลิน ผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา แย้งว่า ในแต่ละประเทศมีปัญหาภายในของตัวเอง และมีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ภายในอาณาเขตของตน ความร่วมมือระหว่างกันนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ดี แต่การชี้นิ้วไปยังประเทศใดว่าเป็นต้นเหตุปัญหาจะไม่ช่วยอะไร เนื่องจากเหตุผลในการโยกย้ายถิ่นฐานเป็นเรื่องทางเศรษฐกิจและเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์

“ที่ผ่านมาเมียนมาให้ความช่วยเหลือผู้อพยพในทะเลอย่างรวดเร็ว และแสดงความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับนานาชาติแล้ว รวมถึงจะเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติเร็วๆ นี้ แต่ขอแสดงความผิดหวังต่อการแถลงของผู้แทนจาก UNHCR ว่าไม่รอบด้าน และได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน หาก UNHCR เข้าใจปัญหาได้ดีกว่านี้ ก็จะไม่สามารถหาทางออกร่วมกันได้” ทิต ลิน กล่าว

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยอนุญาตให้สหรัฐสามารถบินร่วมลาดตระเวนผ่านน่านฟ้าไทยแล้วจะมีขั้นตอนที่เป็นลายลักษณ์อักษรต่อไป ส่วนที่สหรัฐจะมาตั้งฐานช่วยเหลือนั้น ทางไทยก็ยินดีให้ แต่ต้องอยู่ในกฎระเบียบและเงื่อนไขของไทย ซึ่งตอนนี้ก็มีฐานอยู่ที่มาเลเซียแล้ว

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันที่ 2 มิ.ย.ได้เชิญคณะทูต 50 ประเทศ มาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินการในกรณีชาวโรฮีนจา

อนึ่ง เวทีครั้งนี้เกิดขึ้นโดยรัฐบาลไทยเป็นผู้ริเริ่มเพื่อแก้ปัญหาชาวโรฮีนจา โดย 17 ชาติที่เข้าร่วม ประกอบด้วย อัฟกานิสถาน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ มาเลเซีย เมียนมา ปากีสถาน บังกลาเทศ กัมพูชา อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว อิหร่าน ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไทย และเวียดนาม และ 3 องค์กรระหว่างประเทศของสหประชาชาติ 3 องค์กร ได้แก่ IOM, UNHCR สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) และมีประเทศผู้สังเกตการณ์ คือ สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐ และญี่ปุ่น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท