
ปทีปยอมรับมีข่าวลอบสังหารบุคคลสำคัญ
ปทีป ยอมรับการข่าวแจ้งได้กลิ่นลอบสังหารบุคคลสำคัญ เผยยังต้องคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินในกทม. เพราะมีข่าวการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ต่อเนื่อง
ปทีป ยอมรับการข่าวแจ้งได้กลิ่นลอบสังหารบุคคลสำคัญ เผยยังต้องคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินในกทม. เพราะมีข่าวการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ต่อเนื่อง
พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รรท.ผบ.ตร.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่อาจมีการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 40 แห่งทั่วประเทศว่า ในเบื้องต้นทางการข่าวทราบว่า อาจมีการลอบวางระเบิดหรือสร้างสถานการณ์อย่างที่เคยเกิดขึ้นภายในกรมพลาธิการทหารบก จ.นนทบุรี โดยขณะนี้ก็ได้สั่งการให้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ติดตามหาข่าว เพื่อจะได้เตรียมมาตรการเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัย โดยตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่า จะมีการก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้ในจุดใดอีก
ในที่ประชุมศุนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)ได้ประชุมประเมินสถานการณ์และคาดว่า ยังคงมีสถานที่ที่เป็นจุดเสี่ยงในการสร้างสถานการณ์ อาทิ สถานที่ราชการและสาธาณูปโภคต่างๆ ซึ่งทางตำรวจจะส่งกำลังเข้าไปดูแลความปลอดภัย ส่วนเหตุการณ์ที่คนร้ายใช้อาวุธสงครามอาร์พีจียิงถังน้ำมัน ภายในกรมพลาธิการทหารบก จ.นนทบุรีนั้น คิดว่า ผู้ที่ก่อเหตุน่าจะต้องการก่อกวนหรือสร้างสถานการณ์เท่านั้น เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในจ.เชียงใหม่ ที่มีผู้ไม่หวังดีนำระเบิดปิงปองไปขว้างใส่ตู้โทรศัพท์จนได้รับความเสียหาย ไม่ได้หวังการทำลายล้างสูง เช่นเดียวกับยิงระเบิดที่ถังน้ำมันในพื้นที่ จ.นนทบุรี ก็ยิงใส่ถังที่ไม่มีน้ำมัน ขณะนี้มองว่าเป้าหมายคนร้ายแค่ก่อกวนเลือกก่อเหตุในพื้นที่รกร้าง อาคารร้าง
"ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่า น่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ ส่วนจะเป็นกลุ่มบุคคลหรือฝ่ายไหนที่เป็นผู้ก่อเหตุนั้นยังไม่มีความชัดเจน อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้สั่งการให้ทาง บช.ภ.1 เร่งรัดและติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีทางกฎหมาย โดยตอนนี้ทางกองพิสูจน์หลักฐานได้นำชิ้นส่วนลูกระเบิดอาร์พีจีที่สามารถเก็บได้ในที่เกิดเหตุไปตรวจพิสูจน์หาที่มาต่อไป"พล.ต.อ.ปทีปกล่าว
เมื่อถามว่า นอกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว ยังมีข่าวลอบสังหารหรือปองร้ายบุคคลสำคัญหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า เรื่องนี้มีการข่าวเข้ามา ซึ่งเราก็ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปคุ้มกันและดูแลความปลอดภัยวีไอพี ไม่ว่าจะเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความั่นคง ตุลาการที่พิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง
พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ศอฉ.จะมีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ในขณะนี้ แต่ส่วนตัวคิดว่า ยังคงมีความจำเป็นที่จะประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพฯต่อไป ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดก็ให้ตำรวจในพื้นที่รายงานสถานการณ์ขึ้นมาแล้วจากนั้นจะพิจารณาประเมินสถานการณ์เป็นรายจังหวัดไป
สำหรับ การสอบสวนคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดสนามบินไม่เกินสัปดาห์หน้าทาง พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผู้บัญชาการกฎหมายและคดี(ผบช.กมค.) ที่กำลังทบทวนเรื่องข้อกฎหมาย จะส่งสำนวนคดีดังกล่าวมาให้พิจารณา ส่วนที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ทางตร.ส่งคดีนี้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เพื่อให้เป็นคดีพิเศษนั้น ถ้าคณะกรรมการคดีพิเศษของดีเอสไอมีความเห็นว่า จะรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ ทางตร.ก็พร้อมที่จะถ่ายโอนคดีนี้ไปให้ทางดีเอสไอสอบสวนต่อไป







