posttoday
ระวังหนี้

ระวังหนี้

29 พฤษภาคม 2558

นอกจากเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในภาวะซบเซา สถานการณ์การเติบโตยังมีแนวโน้มน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีปัจจัยคุกคามเสถียรภาพเศรษฐกิจอย่างระดับหนี้ที่สูงลิ่วในปัจจุบันค่ะ

นอกจากเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในภาวะซบเซา สถานการณ์การเติบโตยังมีแนวโน้มน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีปัจจัยคุกคามเสถียรภาพเศรษฐกิจอย่างระดับหนี้ที่สูงลิ่วในปัจจุบันค่ะ

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือว่า โลกในปัจจุบันนี้กำลังอยู่ในภาวะหนี้ท่วมหัวนั่นเองค่ะ

โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาผู้เชี่ยวชาญพยายามส่งเสียงเตือนว่า ไม่เพียงแต่ปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซเท่านั้นที่น่าห่วง ปัญหาหนี้ของหลายประเทศทั่วโลกก็น่าห่วงไม่แพ้กัน

ล่าสุด วูล์ฟกัง ชอยเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี ก็ออกมาเตือนในระหว่างการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ 7 ประเทศ (จี7) ที่เมืองเดรสเดน เยอรมนี ว่า ปริมาณหนี้มหาศาลในปัจจุบันมีสิทธิขัดขวางภาวะการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ เมื่อกลางเดือน พ.ค. สถาบันแมคคินซีย์เปิดเผยรายงานประเมินว่าปริมาณหนี้ทั่วโลกขณะนี้พุ่งสูงถึง 199 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยปริมาณหนี้นี้รวมหนี้ภาครัฐ หนี้ภาคเอกชน และหนี้ภาคครัวเรือนแล้ว ซึ่งเมื่อเฉลี่ยออกมาทำให้ประชากรโลกมีหนี้ต่อหัวถึงคนละ 27,204 เหรียญสหรัฐ (ราว 8.98 แสนบาท) ทีเดียวค่ะ

ขณะเดียวกันบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น หรือจีน ก็อยู่ในสภาพที่มีหนี้สูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) หรือรายได้ของประเทศมากกว่าช่วงปี 2007 ก่อนเกิดวิกฤตทางการเงินเสียอีก

เท่านั้นยังไม่พอผลสำรวจของโกลด์แมน แซคส์ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมายังระบุชัดว่านอกจากทั่วโลกจะหนี้ท่วมแล้ว ปัจจัยเชิงโครงสร้างของประชากรที่ปริมาณคนวัยทำงานลดลง ยังทำให้สถานการณ์หนี้เลวร้ายลง เนื่องจากบางประเทศอาจไม่มีรายได้สำหรับการแบ่งเบาภาระหนี้ โดยตัวอย่างสถานการณ์ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

ถามว่าทำไมหนี้ทั่วโลกถึงได้พอกพูนสูงลิ่วได้ขนาดนี้ ก็ต้องบอกว่าหนี้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงจากสารพัดมาตรการนโยบายผ่อนคลายทางการเงินทั้งหลายที่รัฐบาลทั่วโลกเข็นออกมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ที่นานาประเทศน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีมากแล้ว

แถมการที่หลายประเทศทั่วโลกหันมาแข่งกันลดค่าเงินของสกุลเงินประเทศตนเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการส่งออก ยังทำให้ระดับหนี้เดิมที่มีอยู่ของหลายๆ ประเทศตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่เลวร้ายลงกว่าเดิม โดยเฉพาะประเทศที่ค่าเงินอ่อนค่ากว่าค่าเงินสกุลหลักของโลก เช่น เงินเหรียญสหรัฐ

ที่ยกเรื่องหนี้ขึ้นมานี้ไม่ได้ต้องการให้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด นอกจากจะชี้ให้เห็นค่ะว่า ถ้าเป้าหมายคือการผลักดันให้เศรษฐกิจโตอย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพ การโหมกระตุ้นแบบปัจจุบันโดยมองข้ามการปฏิรูปเชิงโครงสร้างหรือแนวทางปฏิรูปอื่นๆ ที่จะไม่ทำให้เกิดหนี้ใหม่ขึ้นอีก ก็รังแต่จะทำให้เกิดหายนะเท่านั้นค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท