7 เกาะของไทยที่ยังเป็นธรรมชาติ
แม้ไทยจะมีชื่อเสียงด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะทะเลที่สวยงามแต่หลังจากที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนมากขึ้นและภาคธุรกิจก็เข้ามามาก สวนทางกับการดูแลรักษาของภาครัฐที่ไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามต้องถูกทำลายไป
แม้ไทยจะมีชื่อเสียงด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะทะเลที่สวยงามแต่หลังจากที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนมากขึ้นและภาคธุรกิจก็เข้ามามาก สวนทางกับการดูแลรักษาของภาครัฐที่ไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามต้องถูกทำลายไป
อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์เดอะเทเลกราฟของอังกฤษ รายงานว่า ไทยยังคงมี 7 เกาะสถานที่ท่องเที่ยวที่ธรรมชาติยังคงสวยงามไม่ถูกทำลายไว้ดังต่อไปนี้
เกาะพยาม จ.ระนอง เดอะ เทเลกราฟ รายงานว่า เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยต้นสนทะเลและต้นปาล์มบนหาดทราย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวน้อย อย่างไรก็ตาม เกาะพยามไม่มีปะการัง ดังนั้น กิจกรรมที่สำคัญสำหรับเกาะ คือ การเกลือกกลิ้งตามหาดทราย โดยสามารถเดินทางไปรอบเกาะได้ด้วยรถจักรยานยนต์ ในขณะที่ยังมีร้านอาหารท้องถิ่นกระจายอยู่ตามเกาะอีกด้วย
เกาะพระทอง จ.พังงา เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยป่าชายเลนและสัตว์ป่าตามธรรมชาติ เช่น กวาง แมวป่า นกเงือก อินทรีทะเล ตัวนาก และงู รวมถึงมีจุดให้ดำน้ำ
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา เป็นหมู่เกาะที่ประกอบไปด้วย 5 เกาะเล็ก และเต็มไปด้วยผืนป่าสีเขียว รวมถึงสัตว์ป่า เช่น ลิง นก ปูยักษ์ และตัวเงินตัวทอง ในขณะเดียวกันก็โอบล้อมไปด้วยปะการัง เต่า และฉลามครีบดำ โดยนักท่องเที่ยวสามารถดำน้ำได้ 2 ครั้ง/วัน
นอกจากนี้ ภายในหมู่เกาะยังมีร้านอาหารที่มีอาหารทะเลรสชาติดีอีกด้วย รวมถึงหมู่เกาะสุรินทร์จะตัดไฟทุกวันตอนเวลา 22.00 น. ส่งผลให้บรรยากาศโอบล้อมไปด้วยดวงดาวและเสียงธรรมชาติอย่างแท้จริง
เกาะกระดาน จ.ตรัง เป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากเกาะที่ได้รับความนิยมอย่างเกาะลันตา โดยเกาะกระดานมีชายหาดสีขาวยาว 2 กิโลเมตร และวิวทิวทัศน์สวยงามของหินปูนที่ทอดตัวยาวในทะเลราวกับมังกร
เกาะไหง จ.ตรัง เป็นเกาะที่ปกคลุมไปด้วยป่าเขตร้อนสีเขียวและสัตว์ป่าตามธรรมชาติ ในขณะที่บนเกาะนั้น จะปราศจากถนนสำหรับรถวิ่งโดยเส้นทาง ดังนั้น การเดินทางบนเกาะจึงต้องเดินเท้า นอกจากนี้ยังมีปะการังให้ชมรอบเกาะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง รวมถึงยังมีจุดเด่นที่ถ้ำมรกตที่นักท่องเที่ยวจะเบาบางในช่วงเช้าและช่วงเย็น
เกาะจัม จ.กระบี่ หรือเกาะปู เป็นเกาะที่ปกคลุมไปด้วยป่าเขตร้อนและไร่ปลูกต้นยางพารา โดยแม้จะมีถนนแต่ก็มีรถยนต์เดินทางน้อย โดยเกาะจัมนับเป็นเกาะที่เงียบสงบและห่างไกล และมีกิจกรรมสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวคือการดำน้ำสน็อกเกิลเพื่อส่องปะการังรอบเกาะ
และสุดท้าย เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ จ.พังงา เดอะ เทเลกราฟ รายงานว่า ทั้งสองเกาะแทบยังไม่เคยเผชิญกับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ดังนั้นภายในเกาะจึงมีวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นและชาวมุสลิมที่ยังไม่เลือนหายไปจากการท่องเที่ยวจำนวนมาก ในขณะที่กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การขี่จักรยาน โยคะ และเรียนมวยไทย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมโดยเฉพาะ


