
แรงงานไทยใจถึงควักเกิน2หมื่นแทงบอล
ผลสำรวจระบุแรงงานไทยควักมากกว่า2หมื่นบาทเล่นพนันบอล จี้รัฐมีนโยบายปราบปรามจริงจัง มูลนิธิเพื่อนหญิงยื่น 3 แนวทางแก้ไข
ผลสำรวจระบุแรงงานไทยควักมากกว่า2หมื่นบาทเล่นพนันบอล จี้รัฐมีนโยบายปราบปรามจริงจัง มูลนิธิเพื่อนหญิงยื่น 3 แนวทางแก้ไข
นายสุชาติ ตระกูลหูทิพย์ หัวหน้าฝ่ายแรงงานหญิง มูลนิธิเพื่อนหญิง พร้อมด้วยตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานต่างๆ ประกอบด้วย กลุ่มสหภาพแรงงาน อ้อมน้อยอ้อมใหญ่ สหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์ สหภาพแรงงานอิเล็กทรอนิคและอุปกรณ์ไฟฟ้าสัมพันธ์ สหภาพแรงงานกิจการสิ่งทอวาไทย เดินทางเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานมีมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาการเล่นพนันฟุตบอล ในสหภาพแรงงาน
ทั้งนี้กลุ่มสหภาพแรงงานจึงขอสนับสนุนนโยบายของทางกระทรวงและขอเสนอ 3 แนวทางคือ 1.ขอให้กระทรวงแรงงานสนับสนุนให้นโยบายโรงงานสีขาวขยายผลไปถึงประเด็นการพนัน 2.ขอให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทั่วประเทศประสานสถานีตำรวจเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง และ3.สนับสนุน องค์ความรู้และงบประมาณให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยและคณะกรรมการสวัสดิการที่ประจำอยู่ทุกสถานประกอบการทั่วประเทศ เป็นกลไกช่วยสอดส่องดูแลการพนันทุกชนิด
นายสุชาติ กล่าวว่า จากการที่ ฝ่ายแรงงานหญิง มูลนิธิเพื่อนหญิง ได้ร่วมกับเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำรวจพฤติกรรมและผลกระทบจากการเล่นพนันฟุตบอลโลก 2010 ในกลุ่มผู้ใช้แรงงานจำนวน 1,000 คน ระหว่างวันที่ 24-27 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า 50% ไม่เคยมีประสบการณ์การเล่นพนันฟุตบอล ส่วน23% เคยเล่นและปัจจุบันยังเล่นอยู่ และอีก27% เคยแต่ปัจจุบันเลิกแล้ว
ขณะที่ วิธีพบเห็นมากที่สุดในการเล่นพนันฟุตบอลคือ 60% เข้าไปแทงที่โต๊ะบอล/มีเด็กเดินโพย 21% แทงทางโทรศัพท์ และ 7% ทางอินเตอร์เน็ต โดยจำนวนเงินที่นำมาใช้เล่นพนันฟุตบอลโลกครั้งนี้ส่วนใหญ่ไม่เกิน 2 พันบาท แต่ที่น่าสนใจคือมีจำนวนหนึ่งที่ใช้เงินถึง 20,000 บาทขึ้นไปในการเล่นการพนัน โดยปัจจัยที่ทำให้มีการเล่นพนันเพราะคิดว่าช่วยให้เชียร์สนุก ได้ลุ้น/ตื่นเต้น รองลงมา คือชอบเล่นการพนันเพราะอยากได้เงิน และเข้าถึงแหล่งพนันได้ง่าย ส่วนปัญหาหรือผลกระทบที่ตามมากับการเล่นพนันฟุตบอลนั้นทำให้มีหนี้สินจนทำให้ต้องจำนำหรือขายสิ่งของเพื่อใช้หนี้ จนเกิดความขัดแย้งกับครอบครัวหรือทะเลาะกับเพื่อน
“ผลสำรวจดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ หรือ 69% เห็นว่าไม่ควรมีการเปิดให้เล่นพนันที่ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้สิ่งที่ผู้ใช้แรงงานคิดว่าเป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาการเล่นพนันฟุตบอลนั้น เกือบครึ่ง หรือ 46% เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเจ้ามือหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง รองลงมา 17% เป็นอำนาจอิทธิพลของเจ้ามือ และ 11% การลงโทษตามกฎหมายไม่รุ่นแรง ดังนั้นแนวทางแก้ไขคือต้องบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวด และมีบทลงโทษที่รุนแรงโดยภาครัฐต้องมีนโยบายชัดเจนเอาจริงเอาจังด้วย”นายสุชาติ กล่าว
ด้านนางประนอม เชียงอั๋ง สหภาพแรงงานกิจการสิ่งทอ(วาไทย) กล่าวว่า ส่วนมากปัญหาที่มาพร้อมกับกระแสฟุตบอลโลกจะเกิดจากผู้ที่เป็นสามีไปเล่นการพนันฟุตบอล เมื่อเสียเงินแล้วก็หาวิธีหรือดึงเงินที่เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวไปจ่ายให้กับโต๊ะพนันหรือเจ้ามือ ทำให้กระทบกับค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ซึ่งบางบ้านต้องทะเลาะมีปากเสียงและมีปัญหากันในครอบครัวเพราะการพนันฟุตบอล อย่างไรก็ตามจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนผู้ใช้แรงงานผู้หญิงพบว่าไม่สนับสนุนให้การพนันฟุตบอลเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย แต่อยากให้เจ้าหน้าที่จริงจังและจริงใจกับการปราบปราม
นายเฉลิมชัย กล่าวว่า รับปากว่าจะดำเนินการทั้งด้านการป้องกัน คือ การสร้างจิตสำนึกดีให้กลุ่มผู้ใช้แรงงาน และจะเพิ่มประเด็นการป้องกันแก้ไขปัญหาการพนันเข้าไปในโครงการโรงงานสีขาวที่ดำเนินการอยู่ สำหรับการดำเนินการด้านการปราบปราม ทางกระทรวงจะประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความร่วมมือให้เข้มงวดกับพื้นที่บริเวณสถานประกอบการ ทั้งนี้การปราบปรามต้องได้รับความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เป็นงานที่ต้องจับมือกันทำกับทุกฝ่าย โดยกระทรวงฯ จะดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการพนันฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง







