บิ๊กตู่ไม่ให้สหรัฐตั้งฐานในไทย
นายกฯ ยืนยัน หากสหรัฐจะช่วยชาวโรฮีนจา ต้องผ่านศูนย์ ศอ.ยฐ.ของกองทัพไทยเท่านั้น
นายกฯ ยืนยัน หากสหรัฐจะช่วยชาวโรฮีนจา ต้องผ่านศูนย์ ศอ.ยฐ.ของกองทัพไทยเท่านั้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หากสหรัฐอเมริกาอยากจะช่วยเหลือชาวโรฮีนจาที่ลอยลำอยู่ในทะเล ก็ต้องอยู่ภายใต้การบริหารของศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย (ศอ.ยฐ.) ที่กองทัพไทยดูแลอยู่ทั้งทางอากาศและทางทะเล
ไม่ใช่จะเข้ามาใช้อะไรก็ได้ในพื้นที่ประเทศไทย
“ถ้าสหรัฐมาก็มาช่วยเราตรงนี้ มาเข้ากับศูนย์ตรงนี้ ไม่ใช่จะมาทำอะไรก็ได้ในพื้นที่เรา มันถูกไหม เข้าใจหรือยัง” พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามกรณีสหรัฐขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเพื่อบินลาดตระเวนช่วยเหลือผู้อพยพชาวโรฮีนจา
อนึ่ง สหรัฐทำเรื่องถึงกระทรวงการต่างประเทศเมื่อไม่นานมานี้ ขอใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภา และที่สนามบินภูเก็ตในภารกิจช่วยเหลือชาวโรฮีนจา
นายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ปัญหาผู้อพยพชาวโรฮีนจาหลายเรื่อง และในเมื่อไทยเป็นประเทศกลางทาง จะต้องหารือกันว่ามีประเทศไหนที่จะรับคนเหล่านี้เป็นการถาวร โดยเฉพาะประเทศต้นทางต้องดูว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งในการประชุมนานาชาติเพื่อหาทางออกเรื่องนี้จะไม่เป็นประธานการประชุม แต่มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการแทน
นายนรชิต สิงหเสนี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานว่าด้วยปัญหาการอพยพของชาวโรฮีนจา หรือการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดียที่กรุงเทพฯในวันที่ 29 พ.ค. รวม 20 ชาติ เป็นโอกาสที่นานาชาติจะร่วมมือกันและจะพยายามให้มีมาตรการที่เป็นชิ้นเป็นอันออกมา ทั้งนี้ ไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมจะระมัดระวัง และจะไม่ปล่อยให้เป็นเวทีเพื่อกดดัน โจมตี หรือชี้นิ้วว่าใครถูกใครผิด
นายนรชิต กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นจุดเริ่มต้น และคิดว่าน่าจะตกลงกันเรื่องหลักการได้ แต่หากจะมีการลงนามใดๆ จำเป็นที่จะต้องให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องหารือกันต่อไป และหากปัญหาไม่จบก็สามารถนำไปพูดคุยกันในกรอบอื่นๆ ได้
ด้าน พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รอง ผบช.ภ.8 ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา ได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดนาทวี เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาที่ถูกฝากขังอยู่ที่ศาลจังหวัดนาทวีทั้ง 48 คน ในข้อหาอาชญากรข้ามชาติอีก 1 ข้อหา เนื่องจากมีมูลความผิดเชื่อมโยงกันหลายประเทศ
ทั้งนี้ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ.สตูล ผู้ต้องหาคนสำคัญในเครือข่ายค้ามนุษย์ ถูกแจ้งข้อหามากที่สุด13 ข้อหา


