
ร้องปปง.สอบขบวนการตบทรัพย์หลังศอฉ.แช่แข็งธุรกรรมแดง
กรรมาธิการเศรษฐกิจจุลภาคสภาผู้แทนราษฎร เผยมีกระบวนการตบทรัพย์หลังศอฉ.ประกาศแช่แข็งธุรกรรม ร้อง ปปง.ไปตรวจสอบด่วน
กรรมาธิการเศรษฐกิจจุลภาคสภาผู้แทนราษฎร เผยมีกระบวนการตบทรัพย์หลังศอฉ.ประกาศแช่แข็งธุรกรรม ร้อง ปปง.ไปตรวจสอบด่วน
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการเศรษฐกิจจุลภาคแถลงถึงผลการประชุมว่า ได้เชิญตัวแทนจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาชี้แจงกรณีออกคำสั่งห้ามทำธุรกรรมของบุคคลจำนวน 83 ราย โดยปรากฎว่า ศอฉ.และดีเอสไอไม่ได้มาชี้แจง มีเพียงพ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) รักษาราชการแทนเลขาธิการป.ป.ง.ที่มาชี้แจง
นายสุรงพงษ์ กล่าวว่า โดยกมธ.รับทราบข้อมูลมาว่าการออกคำสั่งห้ามทำธุรกรรมของของศอฉ.และดีเอสไอ ไม่ได้ใช้กฎหมายในการตรวจสอบทรัพย์สินของป.ป.ง. แต่เป็นการใช้อำนาจตามประกาศของศอฉ.จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ขาดความรอบคอบเพราะควรดำเนินการตามระบบกฎหมายปกติ
“ประกาศของศอฉ.ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้บุคคลที่ถูกห้าทำธุรกรรมเกิดความเดือดร้อน ขณะที่เกิดการตบทรัพย์บริษัทเอกชนที่ถูกขึ้นบัญชีห้ามทำธุรกรรม โดยบอกว่าหากใครต้องการหลุดจากบัญชีห้ามทำธุรกรรมจะต้องยอมให้ตบทรัพย์ เรื่องดังกล่าวกมธ.จึงขอให้ป.ป.ง.ช่วยตรวจสอบเจ้าหน้าที่ศอฉ.และดีเอสไอว่ามี ใครที่ร่ำรวยผิดปกติภายหลังการออกคำสั่งนี้เหรือไม่ วันนี้ครอบครัวและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณได้รับความเดือดร้อนจาก คำสั่งดังกล่าวทำให้บริษัทไม่สามารถประกอบธุรกรรมได้”นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้การที่ดีเอสไออ้างว่ามีการไหลเวียนถอนเงินจากบัญชีคนใกล้ชิดพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวหาว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยง ทางพ.ต.อ.สีหนาท ชี้แจงว่าไม่ได้ศึกษาเรื่องการไหลเวียนผิดปกติของบัญชี เงินดังกล่าวว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงหรือไม่ หรือมีความเกี่ยวข้องกับการถอนเงินมาสนับสนุนการชุมนุม เพราะเป็นหน้าที่ของดีเอสไอตามประกาศของศอฉ.ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้กมธ.ได้ขอให้ป.ป.ง.เข้าไปตรวจสอบด้วยว่ามีความเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณถูกอายัดทรัพย์เอาไว้จำนวนมากแต่ปรากฎว่ามีข่าวมีเม็ดหมุนเวียนของกระแสเงินกว่าแสนล้านบาท







