
ราตรีนี้ที่รัชดา
เมื่อเด็กๆ เข้าไปเที่ยวบ่อยๆ เข้า ยาเสพติดก็เข้าไปแทรกซึม ซึ่งน่าจะมาจากการที่รัชดาเป็นพื้นที่เปิด
เมื่อเด็กๆ เข้าไปเที่ยวบ่อยๆ เข้า ยาเสพติดก็เข้าไปแทรกซึม ซึ่งน่าจะมาจากการที่รัชดาเป็นพื้นที่เปิด
โดย...ธนก บังผล
เป็นพื้นที่อันตรายในยามค่ำคืนโดยแท้ อย่างน้อยก็สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง เพราะแหล่งโลกีย์ และสถานบันเทิงที่เรียงรายอยู่ริมทาง หรือตามตรอกซอกซอยในพื้นที่เสมือนเป็นตัวล่อเป้าชั้นดี
ตำรวจหลายกองบังคับการต่างก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองมากหน้าหลายตาว่า ลูกหลานมักจะนัดมั่วสุมเสพยาในผับเธคย่านรัชดาทุกคืน กลายเป็นเด็กแว้นเด็กสก๊อยกันไปจนหมด
ในขณะเดียวกัน ก็มีข่าวบุกทลายผับอย่างต่อเนื่อง ไล่ตั้งแต่ โมทาวน์ ผับ มาถึง Snop และ สแกนผับ ล่าสุดคือ คลิปผับ ไม่ว่าจะตรวจจะค้นครั้งไหนเป็นอันว่าต้องเจอยาเสพติด ทั้งยาบ้า ยาเค ยาอี และยาไอซ์ ตกเรี่ยราดเกลื่อนพื้นทุกครั้งไป เด็กวัยรุ่นหลายร้อยคนถูกจับตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดก็เป็นอันต้องเจอฉี่สีม่วงเสมอ
ยิ่งทำให้ผู้ปกครองเอือมระอากับพื้นที่รัชดา ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ สน.ห้วยขวาง มากขึ้นทุกที จนมีการตั้งข้อสงสัยว่าตำรวจมีส่วนรู้เห็นและมีผลประโยชน์กับแหล่งสถานบันเทิงเหล่านั้นใช่หรือไม่ จึงปล่อยปละละเลยกันมากมายขนาดนี้
แต่เมื่อมองอีกมุมหนึ่ง จากการวิเคราะห์ของตำรวจ สังเคราะห์กรณีที่เกิดขึ้นในย่านรัชดาว่า กลุ่มคนทุกวันนี้นิยมไปเที่ยว “ทองหล่อ” มากกว่า “รัชดา” แล้ว
ตำรวจนายนี้ บอกว่า ถนนรัชดามีสถานบริการตั้งอยู่มากมายมานาน และถูกมองว่าใครก็ตามที่ไปเที่ยวรัชดาจะเป็นพวกเชย เพราะคนทั่วไปนิยมเที่ยวทองหล่อ ซึ่งก็เป็นลูกค้ากลุ่มเดิมๆ ที่เคยเที่ยวรัชดามาก่อน
“เมื่อคนนิยมเที่ยวรัชดาน้อยลง ผู้ประกอบการก็เกิดภาวะบีบรัดและจำเป็นต้องปล่อยให้เด็กที่อายุไม่ถึง 20 ปีเข้าไปใช้บริการ เพื่อประคองตัวเองให้ได้ เนื่องจากมีภาระต้องเลี้ยงลูกน้อง จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า”
ตำรวจเองก็อยากจะจับทุกวัน แต่ถ้ามองว่าใจเขาใจเรา อยู่ในท้องที่เดียวกัน ก็จำเป็นต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ผู้ประกอบการเองก็ควรปรับตัวจากผับเป็นร้านอาหาร แล้วปิดเที่ยงคืน ทำอย่างนี้จะได้ไหม เพราะถ้าจะเปิดเป็นผับให้ได้ลูกค้าก็จะต้องน้อยลง เพราะมีพระราชบัญญัติสถานบริการบังคับให้ผู้เข้าไปใช้บริการอายุต้อง 20 ปีขึ้นไป ถ้าหากลุ่มลูกค้าใหม่ไม่ได้ก็จำเป็นต้องปล่อยให้เด็กอายุไม่ถึงเข้าไป
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผับย่านรัชดาจะปล่อยให้เด็กแว้นเด็กสก๊อยเข้าไปทั้งหมด เพราะยังเหลือ “Hollywood” สถานบันเทิงอีกแห่งหนึ่งที่สามารถเลือกคนเที่ยวได้ เนื่องจากมีกรุ๊ปทัวร์มาลง
“ตำรวจเองก็สงสารผู้ประกอบการ เพราะลงทุนไปแล้ว พื้นที่ห้วยขวางนั้นประกอบธุรกิจบันเทิงมายาวนาน เมื่อก่อนนั้นบูมจริง แต่ตอนนี้กำลังแย่ ไม่ได้บูมอย่างที่คิด แม้จะมีอาบอบนวด ตลาดห้วยขวาง คาราโอเกะ ค็อกเทลเลานจ์ แต่กลุ่มเที่ยวก็แตกต่างกันไป”
สาเหตุที่ สน.ห้วยขวาง ถูกเพ่งเล็งและถูกจับบ่อยครั้ง ตำรวจนายนี้ให้ความเห็นว่าเหมือนคิดอะไรไม่ออก เพราะเมื่อต้องไปจับแหล่งมั่วสุมสักแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ไม่ว่าใครก็ต้องคิดถึงรัชดาเป็นอันดับแรก
โดยสิ่งที่ทำให้รัชดาแตกต่างจากทองหล่อก็คือ แหล่งบันเทิงที่ทองหล่อนั้นมีกลุ่มคนไปเที่ยวเยอะ และเยอะจนผู้ประกอบการสามารถเลือกลูกค้าได้ ไม่ใช่ว่ารัชดาไม่อยากเลือก รัชดาเองก็อยากเลือกลูกค้า แต่เลือกไม่ได้ เพราะไม่มีร้านไหนดีๆ หรูๆ เหลือเลยสักร้านเดียว ก็จำเป็นต้องปรับราคาลง เมื่อปรับราคาลงให้กลุ่มเด็กก็ต้องขายถูก เพราะเด็กไม่มีกำลังซื้อ ราคาขายก็พยายามลดลงเรื่อยๆ ทำให้ได้ลูกค้าระดับล่าง”
เมื่อเด็กๆ เข้าไปเที่ยวบ่อยๆ เข้า ยาเสพติดก็เข้าไปแทรกซึม ตำรวจนายนี้วิเคราะห์ว่าน่าจะมาจากการที่รัชดาเป็นพื้นที่เปิด เมื่อเด็กไปเที่ยวบ่อยๆ ก็อาจจะสนิทสนมกับเด็กเสิร์ฟ รู้ว่าอายุไม่ถึง มีพนักงานตรวจบัตรที่หน้าร้าน เด็กเสิร์ฟก็แนะนำให้เข้าหลังร้าน
ถามว่าผู้ประกอบการรู้เห็นเป็นใจกับการขายยาเสพติดหรือเปล่า ตำรวจนายนี้เชื่อว่าไม่น่าจะรู้เห็น เพราะหากรู้เห็นในการขายยาเสพติด เวลาถูกจับมามันไม่คุ้ม สถานบริการแต่ละแห่งจะเปิดได้นั้นต้องใช้เงินเป็นหลักล้าน
บางที่ถึงสิบล้านบาท ตรงนี้เจ้าของร้านต้องเอาใจใส่เด็กเสิร์ฟ หรือเด็กห้องน้ำที่แอบขายให้ดี
“ผมเปรียบง่ายๆ ว่า ตำรวจ สน.ห้วยขวาง เป็นผู้ใหญ่บ้าน เมื่อลูกบ้านมาบอกว่าตอนนี้แย่ เมื่ออยู่ในท้องที่เดียวกัน บางครั้งอาจจะต้องหลับตาข้างเดียว เรื่องผลประโยชน์นั้นมันมีทุกที่ ร้านเปิดได้ขายดีก็จ่ายเหมือนเดิม แต่ถ้าร้านเจ๊งปิดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครจ่ายแน่นอน”
สำหรับสถานบริการที่มีปัญหามากๆ เพราะมีการร้องเรียน หรือตรวจพบเด็กวัยรุ่นทะเลาะกันมากๆ อย่างนี้ก็สมควรปิด เพราะเด็กมหาวิทยาลัย ปี 1 ส่วนใหญ่ก็อายุประมาณ 18-19 ปี ไม่ถึงเกณฑ์จะเข้าสถานบริการ หากต้องการให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการได้ก็ต้องเปลี่ยนเป็นร้านอาหารแล้วปิดเที่ยงคืน
สำหรับสถานบริการย่านรัชดามีกว่า 20 แห่ง จากรัชดาซอย 4 ซอย 6 ซอย 8 อาทิ 1.บาร์ยันทรี mixx 2.บาร์ยันทรี maxx 3.Inch Club 4.Bali 5.บาบาร่า 6.Motown 7.Zeed 2 8.Dance Fever 9.บ้านสวน 10.Spoon 11.Hollywood 12.Snop 13.Vice versa 14.เจ้าชู้ 15.Zaleng 16.Kok Kok 17.Pure Bar 18.บางรัก 19.Rad 20.Baku 21.Volume 22.Twitter เป็นต้น
และในหลายๆ ร้านเหล่านี้ ถ้าไม่ถูกค้นถูกจับเรื่องเปิดเกินเวลาและยาเสพติดแล้ว ส่วนหนึ่งก็ปิดกิจการไปแล้ว แสดงให้เห็นว่ารัชดาได้เข้าสู่สถานะเสื่อมความนิยมอย่างแท้จริง
จะเห็นได้ว่า ล่าสุดตำรวจนอกเครื่องแบบพยายามเข้าตรวจค้นร้าน “ร้านคลิป” รัชดาภิเษก 6 แม้ทางร้านปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 24.00 น. จนทำให้ อธิช ศิริวงศ์ คนดูแลร้าน ไม่พอใจ มีการผลักอกและเกิดการโต้เถียงกันขึ้น
หากย้อนไปดูประวัติ “ร้านคลิป” เดิมคือร้านโมทาวน์ ซึ่งเคยถูกตำรวจเข้าจับกุมฐานเปิดให้บริการเกินเวลามาแล้ว เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อและเปิดให้บริการใหม่อีกครั้ง
ร้านโมทาวน์นี้เอง เจ้าหน้าที่เคยเข้าบุกค้นเมื่อปลายปีที่แล้ว พบนักเที่ยวอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 219 คน ส่วนใหญ่อายุประมาณ 13-16 ปี และมีนักเที่ยวที่อ้างว่าอายุเกิน 20 ปี แต่ไม่มีบัตรประชาชนมาแสดงอีก 10 คนและผลการตรวจปัสสาวะพบนักเที่ยวมีฉี่เป็นสีม่วงจำนวน 32 คน ซึ่งในจำนวนนี้มี 28 คน ที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี แบ่งเป็นหญิงจำนวน 21 คน เป็นชาย 11 คน
กล่าวได้ว่าถูกตำรวจจับแล้วก็ปิด ปิดแล้วก็เปิดอีก กระทำความผิดซ้ำๆ ซากๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษเศรษฐกิจรุมเร้าหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คนที่กลุ้มใจที่สุดนาทีนี้คงหนีไม่พ้นผู้กำกับ สน.ห้วยขวาง ที่ต้องตอบคำถามสังคมอีกมากมาย !!!







