
จำเป็นต้องเตรียม
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา [email protected]
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา [email protected]
ทวีความตึงเครียดและร้อนแรงมากขึ้นทุกทีค่ะ สำหรับสถานการณ์ภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังรัฐบาลจีนเปิดเผยสมุดปกขาวเกี่ยวกับการปรับกลยุทธ์ทางการทหาร ที่จีนมุ่งเดินหน้าขยายแสนยานุภาพกองทัพ ซึ่งรวมถึงศักยภาพทางด้านทะเลของตนอย่างเต็มที่
ขณะที่ในวันเดียวกันยังมีรายงานอีกฉบับทำการประเมินกึ่งคาดการณ์ออกมาว่า 10 ชาติอาเซียนมีแนวโน้มใช้งบประมาณทางการทหารมากขึ้นในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ หรือที่ราว 5.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยมุ่งเน้นที่การป้องกันทางทะเลเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงการซื้อเรือดำน้ำด้วย
เท่านั้นไม่พอ ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะส่อเค้าระอุขึ้นไปอีก เมื่อมหาอำนาจของโลกอย่างสหรัฐลุกขึ้นมาแสดงท่าทีไม่พอใจกับจุดยืนของจีน แถมเดินหน้าส่งทั้งเรือและเครื่องบินรบเข้ามาลาดตระเวนในเขตพื้นที่พิพาทให้จีนได้ออกมาโวยอีกระลอก
ถ้าหากพูดให้เฉพาะเจาะจงขึ้นและเข้าใจได้ง่ายขึ้น ก็ต้องบอกว่าความร้อนแรงในการกล่าวอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ภายในทะเลจีนใต้ของจีนที่ยืนกรานว่าตนมีความชอบธรรมอย่างหนักแน่นเต็มที่ ได้กลายเป็นระฆังเตือนให้นานาประเทศในอาเซียนรู้สึกว่าจำเป็นต้องยกระดับศักยภาพทางการทหารของตนนั่นเองค่ะ
ถามว่าความขัดแย้งตึงเครียดภายในอาเซียนครั้งนี้จะลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามนองเลือดย่อมๆ เหมือนเช่นความขัดแย้งระหว่างประเทศในภูมิภาคอื่นๆ อย่าง รัสเซีย-ยูเครน หรือไม่
คำตอบก็คือไม่ค่ะ เพราะอย่างน้อยจีนกับอาเซียน หรือแม้แต่สหรัฐยังมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าที่พึ่งพาผูกพันกันแนบแน่นจนยากที่จะแยกออกจากกันได้อยู่ เพราะฉะนั้นลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างจีน-อาเซียน-สหรัฐ จึงน่าจะเป็นไปในเชิงข่มขวัญให้อีกฝ่ายเห็นว่าตนไม่ใช่หมูที่จะเคี้ยวได้ง่ายๆ มากกว่าค่ะ
ทั้งนี้ แน่นอนว่าความเคลื่อนไหวทั้งหมดข้างต้นไม่ได้หมายความว่าอาเซียนเตรียมตัวที่จะลุยกับจีนแต่อย่างใดเช่นกันค่ะ โดยรัฐบาลสิงคโปร์ มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย ได้ให้เหตุผลชัดว่าส่วนหนึ่งของการเพิ่มงบประมาณกองทัพไม่ใช่เป็นไปเพื่อก่อสงคราม แต่เป็นไปเพื่อปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมภายในภูมิภาค เช่น การให้ความช่วยเหลือผู้อพยพลี้ภัย อย่างกรณีชาวโรฮีนจาและชาวบังกลาเทศ หรือปัญหาน่าปวดหัวอื่นๆ ของอาเซียน ไล่เรียงตั้งแต่การแก้ปัญหาโจรสลัด การลักลอบขนถ่ายสินค้าผิดกฎหมาย หรือยาเสพติด
เรียกได้ว่า เมื่ออาเซียนมีแนวโน้มเผชิญหลายปัญหาทั้งปัจจัยจากภายในและภายนอกภูมิภาค ที่ดูเหมือนจะทยอยเข้ามาทดสอบอาเซียนเรื่อยๆ การเตรียมตัวให้พร้อมอย่างน้อยก็ศักยภาพทางทหารก็เป็นเรื่องที่จำเป็นค่ะ







