
อาชีพในโรงแรม
ตราบอดีตจนถึงปัจจุบัน โรงแรมนั้นเป็นเสมือนหนึ่งตลาดอาชีพขนาดย่อมทีเดียวครับ ไม่ว่าท่านจะสำเร็จการศึกษาในระดับและสาขาใดมาก็ตาม หากมีจิตใจพร้อมที่จะมาทำงานด้านบริการ มีความขยันทั้งในการเรียนรู้และการปฏิบัติงาน มีอัธยาศัยไมตรีจิต พร้อมที่จะเป็นมิตรกับบุคคลทุกเพศวัย มีสัมมาคารวะทั้งภาษากายและภาษาพูด ผมคิดว่านั่นแหละครับบุคลากรที่มีคุณค่ายิ่ง สำหรับอุตสาหกรรมโรงแรมของประเทศไทยในอนาคตครับ
ตราบอดีตจนถึงปัจจุบัน โรงแรมนั้นเป็นเสมือนหนึ่งตลาดอาชีพขนาดย่อมทีเดียวครับ ไม่ว่าท่านจะสำเร็จการศึกษาในระดับและสาขาใดมาก็ตาม หากมีจิตใจพร้อมที่จะมาทำงานด้านบริการ มีความขยันทั้งในการเรียนรู้และการปฏิบัติงาน มีอัธยาศัยไมตรีจิต พร้อมที่จะเป็นมิตรกับบุคคลทุกเพศวัย มีสัมมาคารวะทั้งภาษากายและภาษาพูด ผมคิดว่านั่นแหละครับบุคลากรที่มีคุณค่ายิ่ง สำหรับอุตสาหกรรมโรงแรมของประเทศไทยในอนาคตครับ
อาชีพพนักงานในโรงแรมนั้น หากจะแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ มีด้วยกัน 3 ประเภทครับ ประเภทแรกนั้น คือ พนักงานที่จะต้องพบกับแขกผู้มาใช้บริการโดยตรงทุกวัน อาทิ พนักงานต้อนรับ พนักงานบริการในห้องอาหาร พนักงานยกกระเป๋า เป็นต้น ส่วนอีกประเภทนั้น คือพนักงานที่ทำงานเป็นกองสนับสนุนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ซึ่งโดยหน้าที่และความรับผิดชอบไม่ต้องพบกับแขกเลย เช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายบุคคล ฝ่ายการเงิน ฝ่ายซักรีด ฝ่ายฝึกอบรมพนักงาน เป็นต้น
ส่วนประเภทสุดท้าย คือพนักงานที่อาจจะต้องพบแขกบ้างและไม่พบบ้าง สุดแล้วแต่นโยบายของโรงแรมแต่ละแห่ง เช่น พนักงานฝ่ายขายที่อาจจะต้องมาพบปะสนทนากับลูกค้าเพื่อปิดการขาย ฝ่ายแม่บ้านที่อาจจะมีโอกาสได้พบปะกับแขกบ้างในบางครั้งระหว่างที่แขกพำนักในโรงแรม หรือพ่อครัวในห้องอาหารที่ได้รับการอนุญาตให้มาแสดงตนให้ลูกค้าได้พูดคุยเพื่อความเป็นกันเองมากขึ้น หรืออีกนัยหนึ่งเป็นการช่วยส่งเสริมการขายอาหารในขณะเดียวกัน ฯลฯ
หากจะถามว่าอาชีพในแผนกใดของโรงแรม ที่ผู้สนใจหรือคนรุ่นใหม่เมื่อก้าวเข้ามาแล้วจะมีอนาคตไกล มีรายได้สูงไม่แพ้ธุรกิจอื่น อีกทั้งมีฐานะทางสังคมที่ดีมากพอ รวมทั้งในกรณีที่จะปลีกตัวออกจากโรงแรมหากมีความจำเป็นในอนาคตจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามที สามารถที่จะนำประสบการณ์ในการทำงานโรงแรมไปประยุกต์ใช้งานในธุรกิจอื่นๆ ได้ คำตอบง่ายๆ ครับ ทุกความถนัดของทุกคน ไม่ว่าท่านจะจบการศึกษาระดับใด มัธยม อาชีวะ ปริญญาตรี โท หรือเอก เชิญเข้ามาเป็นเพื่อนร่วมวงการกับพวกผมได้เลยครับ อย่างไรก็ตาม ขอให้อ่านย่อหน้าแรกของข้อเขียนนี้ก่อนด้วยนะครับ
ผมค่อนข้างจะกังวลต่ออนาคตของอาชีพพนักงานโรงแรมคนไทยในประเทศไทยครับ ผมเกรงว่าหลังจากเปิดประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการแล้ว การเคลื่อนย้ายแรงงานแบบกึ่งเสรีจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะแรงงานในภาคธุรกิจบริการที่จะมาจากหลากหลายประเทศ ทั้งเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกันหรือประเทศในอาเซียนที่ห่างไกลออกไปจะเข้ามาแข่งขันและแย่งอาชีพกับพวกเราคนไทยครับ ทั้งนี้เพราะปัจจุบันธุรกิจโรงแรมในทุกภาคส่วนของบ้านเรายังขาดบุคลากรที่ชำนาญภาษาต่างประเทศ ขาดแคลนผู้ชำนาญในการประกอบอาหาร รวมถึงการสร้างนวัตกรรมในด้านอาหารและเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองวิถีชีวิตและความคาดหวังของผู้บริโภครุ่นใหม่ได้
อีกทั้งผู้บริหารระดับสูงชาวไทยตำแหน่งต่างๆ ในโรงแรมยังมีไม่พอกับความต้องการเมื่อเทียบกับโครงการสถานที่พักใหม่ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย นี่ผมยังไม่รวมการขยายตัวของธุรกิจภาคบริการที่มีความต้องการบุคลากรจากโรงแรม เช่น สายการบิน โรงพยาบาล หรือแม้แต่ธนาคารพาณิชย์ รวมไปถึงธุรกิจในภาคพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย นอกจากนี้แล้วเรายังขาดนักบริหารการเงิน นักการขายการตลาด รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมืออาชีพที่จะเข้ามาช่วยกันยกระดับราคาขายห้องพักให้สูงขึ้น ให้หลุดพ้นจากภาพลักษณ์ของการเป็นโรงแรมถูกและดีที่มีมานานหลายทศวรรษของธุรกิจโรงแรมไทย อย่างน้อยเพื่อให้ธุรกิจโรงแรมของไทยเกิดความคุ้มค่ากับการลงทุน มีสภาพเงินทุนหมุนเวียนคล่องเหมือนธุรกิจอื่นๆ รวมไปถึงสามารถสร้างผลกำไรจากการประกอบการของโรงแรมได้ดี โดยไม่ต้องรอพึ่งพามูลค่าเพิ่มของทรัพย์สินในอนาคตเพียงอย่างเดียว
แม้ในความเป็นจริงในขณะนี้ เราจะมีการเรียนการสอนในบางคณะของสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนที่ตระหนักถึงปัญหาที่ผมกล่าวมาแล้ว ซึ่งก็ได้พยายามผลิตนักเรียน นักศึกษา ให้เข้ามาเป็นบุคลากรทำงานในโรงแรมมากขึ้น ซึ่งก็สามารถช่วยได้ในระดับปานกลางครับ ยังไม่ดีและมากพอครับ ด้วยสาเหตุหลายประการครับ ตัวอย่างเช่น ระบบการทำงานในทุกส่วนบริการของโรงแรมพึ่งพาเทคโนโลยีและระบบการทำงานสมัยใหม่มากขึ้น ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมากในขณะที่งบประมาณในด้านนี้ของคณะในสถาบันการศึกษามีจำกัด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตามกระแสบริหารจัดการโรงแรมสมัยใหม่ได้เร็วนัก นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาเมื่อเข้ามาร่วมงานกับโรงแรมขนาดใหญ่ต้องมาเริ่มตั้งต้นกันใหม่ เราไม่ได้เน้นการเรียนการสอนในแบบการพาณิชย์จริงๆ จังๆ ทำให้นักศึกษาที่จบออกมาไม่มีความสามารถพอที่จะเข้าใจถึงวิธีคิด วิธีปฏิบัติในเชิงการค้าได้ดีมากนัก อีกทั้งส่วนใหญ่ความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศ เขียน อ่าน พูด ยังไม่ดีพอครับ
สุดท้าย การแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ก็คงต้องมาลงที่นโยบายของภาครัฐแหละครับ หากเห็นว่าธุรกิจโรงแรมไทยเป็นหนึ่งในเสาหลักของธุรกิจการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างเงิน สร้างงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต มีส่วนสนับสนุนให้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศสูงและมีเสถียรภาพมั่นคงอย่างยั่งยืน ผมว่ารัฐต้องลงทุนสร้างสถาบันการศึกษาในด้านการโรงแรมนี้โดยเฉพาะ โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาทั้งในแบบเริ่มต้นศึกษาและการศึกษาแบบต่อเนื่อง โดยภาครัฐจะให้การสนับสนุนงบประมาณอย่างพอเพียงในการสร้างและยกระดับฝีมือ ประสบการณ์ของบุคลากรทุกฝ่ายที่โรงแรมในประเทศไทยต้องการอยู่ในปัจจุบันและอนาคตครับ







