posttoday
ปัดข้อเสนอเก็บภาษีพระ-กำหนดวาระเจ้าอาวาส

ปัดข้อเสนอเก็บภาษีพระ-กำหนดวาระเจ้าอาวาส

27 พฤษภาคม 2558

ไพบูลย์ ปัด ข้อเสนอเก็บภาษีพระ กำหนดวาระเจ้าอาวาสไม่ใช่ข้อเสนอ กก.พิทักษ์พุทธศาสนา เตือนพระปกครอง เป็นเจ้าพนักงาน ห้ามรับทรัพย์เกิน 3 พัน ฝ่าฝืนโดนกม.ปปช.

ไพบูลย์ ปัด ข้อเสนอเก็บภาษีพระ กำหนดวาระเจ้าอาวาสไม่ใช่ข้อเสนอ กก.พิทักษ์พุทธศาสนา เตือนพระปกครอง เป็นเจ้าพนักงาน ห้ามรับทรัพย์เกิน 3 พัน ฝ่าฝืนโดนกม.ปปช.

เมื่อวันที่ 27 พ.ค. นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกาสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการปฎิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฎิรูปแห่งชาติ  แถลงข่าวปฎิเสธกรณีมีการอ้างอิงข้อเสนอของกรรมการชุดนี้ ทั้งเรื่องการเรียกเก็บภาษีพระที่มีรายได้เกิน2​หมื่นบาทต่อเดือน 2.รัฐควรมีมาตรการลงโทษพระสงฆ์ที่กระทำความผิดอย่างรุนแรง 3.ควรให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าเจ้าอาวาสควรมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ซึ่งยืนยันว่าทั้ง 3 ข้อไม่ใช่ข้อเสนอของคณะกรรมการฯ

ทั้งนี้ ข้อเสนอสามข้อดังกล่าวเป็นของสปช.คนหนึ่งที่แสดงความเห็นส่วนตัวในการอภิปรายตอนที่คณะกรรมการฯชุดนี้ได้เสนอรายงานผลการพิจารณาศึกษาการปฎิรูปแนวทาและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา  ต่อที่ประชุมสปช. ซึ่งได้มีการรวบรวมความเห็นทั้งหมดทั้งในส่วนของคณะกรรมการฯ สมาชิกสปช.ที่อภิปราย ก่อนสรุปเป็นรายงานนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี พระสังฆาธิการ

นายไพบูลย์ กล่าวว่า   ทั้งสามประเด็นนี้กรรมการฯ​ ไม่เห็นด้วย ทั้งการเก็บภาษีพระเพราะจะเป็นการส่งเสริมให้พระไปทำธุรกิจและแสวงหากำไร เพื่อนำเงินไปเสียภาษี ​ขัดกับพระธรรมวินัยที่ไม่ให้พระมุ่งแสวงหากำไร  ส่วนเรื่องกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของเจ้าอาวาสควร อยู่ที่ 5 ปี   นั้นคณะกรรมการฯก็ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าพระควรต้องอยู่กับชุมชน และร่วมพัฒนาพื้นที่กับชาวบ้าน  ส่วนในเรื่องบทลงโทษให้รุนแรงขึ้นก็เห็นว่าไม่มีความจำเป็นเพราะมีเรื่องอาบัติและการปาราชิกควบคุมอยู่

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า  ​ขอฝากเตือนไปถึงพระสังฆาธิการหรือพระสงฆ์ผู้มีตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์ไทยซึ่งประกอบด้วย 1.เจ้าคณะใหญ่ 2. เจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค  3.เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด4. เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ5. เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะตำบล6. เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส  ที่ในประมวลกฎหมายอาญาได้บัญญัติให้เป็น “เจ้าพนักงาน” โดยอาศัยการตีความจากศาลฎีกา ในคำพิพากษาฎีกาที่2003-1005 /2500  และคำพิพากษาฎีกาที่ 2003-2005 / 2500 ดังนั้นจึงห้ามพระสังฆาธิการรับทรัพย์สินเกิน 3,000บาท หากเกินวงเงินดังกล่าวต้องนำทรัพย์สินมอบให้วัด และหากฝากฝืนก็จะผิดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 103  พร้อมทั้งเสนอให้พระสังฆาธิการเปิดเผยทรัพย์สิน  เนื่องจากเงินตราเปรียบเป็นเหมือนอสรพิษของพระสงฆ์

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์