posttoday
สานฝันรอบโดฮาฤาโอกาสยังมาไม่ถึง

สานฝันรอบโดฮาฤาโอกาสยังมาไม่ถึง

30 มิถุนายน 2553

นับตั้งแต่ปี 2005 จนกระทั่งปัจจุบัน มีความคืบหน้าในการปรับใช้ข้อตกลงรอบโดฮาเพียงน้อยนิด มิหนำซ้ำแต่ละประเทศยังมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง

นับตั้งแต่ปี 2005 จนกระทั่งปัจจุบัน มีความคืบหน้าในการปรับใช้ข้อตกลงรอบโดฮาเพียงน้อยนิด มิหนำซ้ำแต่ละประเทศยังมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ข้อตกลงการค้าเสรีตามกรอบการเจรจารอบโดฮา ขององค์การการค้าโลก (WTO) เคยเป็นความหวังสำหรับชาวโลก ที่ปรารถนาจะร่วมกันผลักดันให้โลกก้าวสู่ยุคใหม่ที่การค้าและทุนเคลื่อนที่ได้อย่างเสรี ด้วยความฝันที่จะกอบโกยความมั่งคั่งร่วมกันทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา

แต่แล้วความฝันที่จะไปให้ถึงตลาดเสรีอย่างสมบูรณ์แบบต้องเลือนรางลงทุกวัน

นับตั้งแต่ปี 2005 จนกระทั่งปัจจุบัน มีความคืบหน้าในการปรับใช้ข้อตกลงรอบโดฮาเพียงน้อยนิด มิหนำซ้ำแต่ละประเทศยังมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นกำหนดการปรับใช้ข้อตกลง รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับระดับของการเปิดเสรีการค้า

อนาคตที่มืดมนของรอบโดฮา ยังผลให้หลายประเทศเลือกที่จะเมินเฉยต่อการผลักดันข้อตกลงนี้ และหันไปริเริ่มข้อตกลงการค้าเสรีระดับทวิภาคี ดังจะเห็นได้จากช่วงหนึ่งที่ประเทศต่างๆ นิยมเปิดการเจรจา FTA กันอย่างครึกโครม

อันที่จริงแล้ว การทำ FTA ในระดับทวิภาคี มักนำไปสู่การผ่านข้อตกลงในระดับพหุภาคีในระดับต่อมา ดังเช่นกรณีของสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่ค้า ที่มักทำข้อตกลง 2 ระดับ และจากนั้นอาจพัฒนาเป็นประชาคมเศรษฐกิจเสรี ดังเช่นข้อเสนอประชาคมเอเชียตะวันออก ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็น Subset หนึ่งของข้อตกลงการค้าเสรีทั่วโลก หรือระบบการค้าโลกตามกรอบรอบโดฮานั่นเอง

สานฝันรอบโดฮาฤาโอกาสยังมาไม่ถึง

แต่ถึงแม้ขั้นตอนสุดท้ายจะสอดรับกับข้อตกลงรอบโดฮา แต่ยังมีปัจจัยที่ทำให้ข้อตกลงรอบโดฮาไม่ได้รับความใส่ใจเท่าที่ควร
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ข้อตกลงรอบโดฮาต้องถูกแช่แข็งมานานหลายปี ก็เพราะความรู้สึกของชาวโลกต่อระบอบทุนนิยมเสรีเริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากที่สหรัฐพบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี และภายหลังจากเกิดวิกฤตการเงินและการคลังที่กำลังบั่นทอนรากฐานของเสาหลักเสรีนิยมในโลกตะวันตก

หากข้อตกลงรอบโดฮาคือภาพสะท้อนขั้นตอนสูงสุดของระบอบตลาดเสรีที่ไร้พรมแดนกีดขวางทุนและการค้า ภาพสะท้อนนี้ได้ถูกทำให้แปดเปื้อนอย่างสิ้นเชิงนับตั้งแต่ปี 2008 จนถึงทุกวันนี้

อีกทัศนะที่ทำให้ชาวโลกบางส่วนหันหลังให้กับข้อตกลงรอบโดฮา เกิดขึ้นจากความรู้สึกถูกเอารัดเอาเปรียบของประเทศกำลังพัฒนา จากหลายๆ กรณีที่ประเทศพัฒนาแล้วพยายามขัดขวางข้อเสนอจากประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะการที่ประเทศกำลังพัฒนาพยายามปัดข้อเสนอเปิดเสรีภาคเกษตร ซึ่งเป็นภาคที่เป็นหัวใจหลักของประเทศเหล่านี้ ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วจี้ให้อีกฝ่ายเปิดเสรีภาคการเงินและบริการ อันเป็นพลวัตรหลักของเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้ว

อย่างไรก็ตาม การเปิดเสรีภาคการเงินและบริการ ยิ่งกลายเป็นความวิตกของสมาชิก WTO หลังจากเป็นประจักษ์พยานในหายนะทางการเงินที่เกิดขึ้นกับสหรัฐและยุโรป หากยินยอมให้เปิดเสรีภาคการเงิน ย่อมหมายถึงภูมิคุ้มกันจากวิกฤตการเงินจะสูญสลายตามไปด้วย

เงื่อนไขเหล่านี้เป็นเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาคมการค้าโลกละทิ้งข้อตกลงรอบโดฮา แม้จะมีความพยายามกระตุ้นเร้าให้ชาวโลกตระหนักถึงความสำคัญในการผ่านข้อตกลงนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้อำนวยการ WTO แต่ปราศจากเสียงตอบรับจากผู้นำนานาประเทศ

สิริรวมจากระยะเวลาถือกำเนิดของข้อตกลงรอบโดฮามาจนถึงเดือน มิ.ย.ปีนี้ เป็นเวลานานถึง 9 ปี แต่พัฒนาการเหมือนกับถูกสตัฟฟ์เอาไว้ ทั้งที่ข้อตกลงนี้ควรบรรลุ “นิติภาวะ” ไปเนิ่นนานแล้ว

แต่มาวันนี้มีความพยายามจากประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ให้ทุกฝ่ายจริงจังกับการผลักดันข้อตกลงรอบโดฮา ในระหว่างการประชุมจี20 ที่นครโทรอนโตของแคนาดา ในขณะที่ทุกฝ่ายกำลังถกเถียงอย่างหน้าดำคร่ำเครียดว่าควรหรือไม่ควรกระตุ้นเศรษฐกิจโลกต่อไป

แน่นอนว่า โอบามาย่อมต้องมีเหตุอะไรบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังความคิดที่จะผลักดันการค้าเสรี ในช่วงเวลาที่พื้นฐานเศรษฐกิจโลกยังไม่เข้าที่เข้าทาง

มองโดยรูปการณ์การค้าโลกแล้วจะพบว่า แม้แต่การบรรลุข้อตกลงในระดับทวิภาคีผ่าน FTA ยังหยุดชะงักลงนับตั้งแต่สหรัฐจมอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย จนดึงเอาทั้งโลกพลอยซบเซาไปด้วย สภาวการณ์เช่นนี้ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงข้อตกลงในระดับพหุภาคี ดังเช่นข้อตกลงรอบโดฮา

แต่หากจะมองย้อนไปช่วงครึ่งปีนี้จนถึงปลายปีที่แล้ว จะพบว่าสหรัฐยิ่งทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับจีนมากขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะประเด็นการค้าที่เกี่ยวโยงกับค่าเงินหยวน ซึ่งล่าสุดจีนแก้ลำสหรัฐด้วยการปรับค่าเงินหยวนให้ยืดหยุ่น แต่ปรากฏว่าค่าเงินหยวนไม่แข็งขึ้นมากนัก ทำให้สหรัฐถึงกับหมดหนทางกดดันจีนอย่างเต็มไม้เต็มมือดังที่หวังไว้

กระนั้นก็ตาม สหรัฐไม่ยอมรามือง่ายๆ ก่อนหน้านี้สหรัฐขู่ว่าจะเล่นงานจีนเรื่องค่าเงินหยวนผ่าน WTO แต่แล้วเสียงตอบรับจากนานาชาติเกี่ยวกับพัฒนาการของ WTO กลับมีน้อยเกินคาด สหรัฐจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากกระตุ้นให้นานาประเทศหันมาสนใจ WTO อีกครั้ง ด้วยวิธีการที่แนบเนียน นั่นคือชี้ให้เห็นถึงความติดขัดที่เกาะกินข้อตกลงรอบโดฮามาเนิ่นนาน

ที่ว่าแนบเนียนก็คือ โอบามาออกปากเองว่า หากรอบโดฮาฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ประเทศที่ได้รับประโยชน์ย่อมไม่เฉพาะแต่ประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่น จีนและอินเดีย

สิ่งที่โอบามาต้องการจึงอาจไม่ใช่แค่การรวบรัดให้ข้อตกลงรอบโดฮาไปถึงเป้าหมายโดยเร็ววัน แต่เป็นการกระตุ้นเร้าทางอ้อมให้ประชาคมโลกหันมาสนใจกับความเคลื่อนไหวด้านการค้าอีกครั้ง แทนที่จะมุ่งเน้นที่การซ่อมแซมระบบการเงินเป็นหลัก

เพราะประโยชน์ของเรื่องนี้จะตกอยู่ที่ใครอื่นไม่ได้นอกจากสหรัฐที่กำลังเจ็บหนักจากปัญหาขาดดุลการค้าเรื้อรัง อีกทั้งยังต้องเจ็บปวดจากการที่หลักการตลาดเสรีที่ตนเองเป็นผู้นำเสนอมาโดยตลอดต้องพบกับทางตันในช่วง 2-3 ปีหลัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท