
"ประสาร"พร้อมคณะยื่นแก้รธน.33ประเด็น
ประสาร พร้อม คณะ แจงญัตติแก้ไขรธน. 33 ประเด็น ค้าน รวม กสม.-ผู้ตรวจ หนุนตั้งศาลทุจริต
ประสาร พร้อม คณะ แจงญัตติแก้ไขรธน. 33 ประเด็น ค้าน รวม กสม.-ผู้ตรวจ หนุนตั้งศาลทุจริต
วันที่ 26 พค. นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสมาชิก สปช. ผู้ร่วมแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญร่วมกับนายประสาร ร่วมกันแถลงถึงรายละเอียดในการยื่นเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า ทางคณะได้ยื่นแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด 33 มาตรา โดยมีประเด็นสำคัญ เช่น ให้ยกเลิกการควบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และผู้ตรวจการแผ่นดินเพราะทั้ง 2 องค์กรมีภาระหน้าที่แตกต่างกัน กสม. มีหน้าที่ดูแลสิทธิมนุษยชน ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่ดูแลตัวบทกฎหมายในทางราชการ หากมีการควบรวมจะทำให้เป้าหมายในการทำงานพร่ามัวไป ส่วนการดำรงตำแหน่งของคณะผู้บริหารท้องถิ่นองค์กรปกครองท้องถิ่น เสนอให้ดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 วาระ หรือ 8 ปี หากไม่กำหนดวาระจะทำให้เกิดเครือญาติตระกูลผูกขาด
นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ สปช. กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการทุจริต เสนอให้มีศาลคดีทุจริตเป็นศาลชำนาญการพิเศษในการพิจารณาคดีทุจริตซึ่งเป็นความเสียหายอย่างมากต่อประเทศ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ควรมีความเป็นอิสระ จากเดิมที่สังกัดกระทรวงยุติธรรม เพราะอาจถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองได้ ส่วนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ควรพิจารณาคดีนักการเมืองและข้าราชการระดับ 10 ขึ้นไป ต่ำว่าระดับ 10 ให้ ป.ป.ท. ดูแล
นอกจากนี้ ในส่วนกรรมการ ป.ป.ช. ควรมีที่มาหลากหลายมากขึ้น ให้ลดวาระเหลือ 6 ปี ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบให้รวดเร็ว อัยการห้ามเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ การแจ้งบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรแจ้งการเสียภาษีย้อนหลัง 5 ปี และเปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบ พร้อมทั้งควรมีกองทุนสนับสนุนการต่อสู้ปัญหาการทุจริต
ด้าน น.ส.รสนา โตสิตระกูล กล่าวว่า ในส่วนที่มาของ สว.เสนอแก้ไขให้มาจากการเลือกตั้ง 200 คน จากฐานอาชีพที่หลากหลาย โดยใช้กลุ่มจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยมีสายวิชาชีพ 10 สาขา ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกสายวิชาชีพละ 1 คน
นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เสนอให้ตัดสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติทั้งหมด เอาไปไว้ในกฎหมายรองรับ ส่วนสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศแห่งชาติ และคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ ให้รวมกันเป็นองค์กรเดียว โดยมีสมาชิก 90-120 คน ที่มาของสมาชิกให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กล่าวในเรื่องการแก้ไขประเด็นศาสนาและศิลปวัฒนธรรมว่า รัฐต้องสนับสนุนพุทธศาสนารวมถึงศาสนาอื่น ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศิลปวัฒนธรรมร่วมกับภาคราชการและเอกชน และให้ตั้งสมัชชาศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติในแต่ละจังหวัดเพื่อสนับสนุนศิลปวัฒนธรรม







