
ค้ามนุษย์ไทยรวยจากโรฮีนจา
ปัญหาการลักลอบค้ามนุษย์ของไทยตกเป็นเป้าความสนใจจากบรรดานานาชาติและสื่อต่างชาติ หลังมีการขุดพบหลุมศพชาวโรฮีนจาที่ภาคใต้ของประเทศ
ปัญหาการลักลอบค้ามนุษย์ของไทยตกเป็นเป้าความสนใจจากบรรดานานาชาติและสื่อต่างชาติ หลังมีการขุดพบหลุมศพชาวโรฮีนจาที่ภาคใต้ของประเทศ
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า เส้นทางการค้ามนุษย์เริ่มต้นจากทางตะวันตกของพม่า สถานที่ซึ่งชาวโรฮีนจาและบังกลาเทศยากจนอาศัยอยู่ โดยนายหน้าจะพาผู้อพยพเหล่านั้นมายังไทย ก่อนจะกักตัวผู้อพยพเหล่านั้นไว้ และเรียกเงินจากญาติหรือเพื่อนเป็นจำนวนราว 2,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 6.7 หมื่นบาท) หรือค้ามนุษย์เป็นแรงงานในมาเลเซีย
เอเอฟพี รายงานต่อไปว่า ภายหลังจากการขุดพบเจอหลุมศพผู้อพยพจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันให้แก้ปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้รับการกล่าวขานในฐานะการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อปัญหาค้ามนุษย์
แมทธิว สมิธ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ ฟอร์ติฟาย ไรท์ส องค์กรเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ไทยเป็นศูนย์กลางของการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ที่คิดเป็นมูลค่าถึงหลายล้านเหรียญสหรัฐ โดยหัวหน้ากลุ่มค้ามนุษย์ชาวไทยได้รับส่วนแบ่งจำนวนมากจากค้ามนุษย์ดังกล่าว
“ผู้ค้ามนุษย์จากทั้งพม่าและมาเลเซียต่างยืนยันว่า บรรดาหัวหน้าชาวไทยได้รับส่วนแบ่งรายได้จำนวนมากจากการค้ามนุษย์” สมิธ กล่าว
เอเอฟพี รายงานว่า ปัจจุบัน อังโชติพันธ์ุ หรือ โกโต้ง ตกเป็นผู้ต้องสงสัยลักลอบค้ามนุษย์ผ่านเส้นทางเกาะส่วนตัวที่ จ.สตูล ใกล้กับจุดที่พบหลุมศพผู้อพยพจำนวนมาก โดยโกโต้งรู้จักกันดีในฐานะอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ผู้มีอิทธิพล
เอเอฟพี รายงานอ้างนักธุรกิจจังหวัดสตูลไม่เปิดเผยนาม ว่า การจะทำธุรกิจใดๆ ต้องผ่านหูผ่านตาโกโต้งก่อนเสมอ โดยแม้โกโต้งอาจไม่ได้เป็นหัวหน้าองค์กรการค้ามนุษย์ แต่การทำธุรกิจผิดกฎหมายใดๆ ในจังหวัดดังกล่าว โกโต้งจะต้องรับรู้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ โกโต้งติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอเข้ามอบตัว ภายหลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ ก่อนเข้ามอบตัวกับทางตำรวจในวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ สมิธ ยังระบุอีกด้วยว่า มูลค่าการค้ามนุษย์ทั้งหมดในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2012 อยู่ที่ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 8,300 ล้านบาท ส่งผลให้คนจำนวนหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์มีความร่ำรวยมากยิ่งขึ้น
ในขณะเดียวกัน จากข้อมูลของมูลนิธิฟรีแลนด์ องค์กรเคลื่อนไหวเพื่อจัดการปัญหาการค้ามนุษย์และทาส ซึ่งช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสืบสวนอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย ระบุว่า ผู้อพยพที่อยู่บนเรือที่อาจมาจากการเกณฑ์ การล่อลวง และการลักพาตัว จำนวน 400 คน สามารถสร้างรายได้ผิดกฎหมายให้แก่กลุ่มค้ามนุษย์ถึง 8 แสนเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่การขุดพบหลุมศพ การปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทยก็มีความเข้มงวดขึ้น ส่งผลให้กระบวนการค้ามนุษย์ต้องชะงักลง โดยเอเอฟพี ระบุว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสหรัฐลดระดับการค้ามนุษย์ของไทยไปอยู่ระดับต่ำสุดนั่นเอง







