
ตั้งฐานลอยน้ำคัดแยกโรฮีนจา
บิ๊กตู่สั่งตั้ง “ฐานเรือลอยน้ำ” ช่วยเหลือ-คัดแยกส่งผู้อพยพโรฮีนจาไปประเทศปลายทาง
บิ๊กตู่สั่งตั้ง “ฐานเรือลอยน้ำ” ช่วยเหลือ-คัดแยกส่งผู้อพยพโรฮีนจาไปประเทศปลายทาง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า การจัดการประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย วันที่ 29 พ.ค.นี้ คาดว่าประเทศที่เป็นต้นทาง กลางทาง ปลายทางและประเทศที่ให้การสนับสนุนอย่างสหรัฐหรือญี่ปุ่นจะเข้าร่วมทั้งหมด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ได้คุยกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าจะต้องเพิ่มบทบาทในการทำหน้าที่เพราะจะเริ่มมีการประชุมแล้ว โดยเฉพาะการดูแลด้านมนุษยธรรมที่จะทำให้เกิดความชัดเจน เพราะขณะนี้มีหลายคนเป็นห่วงว่าชาวโรฮีนจาส่วนหนึ่งยังลอยเรืออยู่ จึงได้สั่งการให้ทหารเรือรับผิดชอบเอาเรือขนาดใหญ่ออกไปในพื้นที่ของไทยหรือรอยต่อ เสมือนเป็น “ฐานเรือลอยน้ำ” โดยมีคณะทำงานเฉพาะกิจ ประกอบด้วย แพทย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่คัดแยกอยู่ในนั้น หากเจอชาวโรฮีนจาให้นำมาที่ฐานเรือลอยน้ำนี้ เพื่อรักษาพยาบาลและส่งต่อไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวของประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย
นอกจากนี้ ยังให้ทหารอากาศจัดเครื่องบินลาดตระเวนทางอากาศตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.นี้ ส่วนการที่สหรัฐทำเรื่องขอเอาเครื่องบินลาดตระเวนมาช่วยสำรวจชาวโรฮีนจานั้น สามารถมาร่วมได้แต่ต้องมาทำงานกับคณะทำงานเฉพาะกิจ อยู่ในสายบังคับบัญชากับไทย เพราะไทยเป็นเจ้าของพื้นที่ จะมาอิสระไม่ได้
ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการประสานเป็นลายลักษณ์อักษรจากสหรัฐ มีแค่การประสานในเบื้องต้นเท่านั้น โดยสหรัฐสามารถประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศได้ ไม่ต้องผ่านกระทรวงกลาโหมโดยตรง
ขณะที่ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือได้จัดตั้งฐานเรือลอยน้ำและคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดูแลด้านมนุษยธรรมชาวโรฮีนจาตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี โดยให้ทัพเรือภาค 3 จัดเรือหลวงและเครื่องบินลาดตระเวนเป็นหมู่เรือ
“ให้ใช้เครื่องบินลาดตระเวน Dornier 2 ลำ และเรือหลวงอีก 2 ลำ เตรียมพร้อมที่ออกไปลอยลำเมื่อได้รับแจ้งจากเครื่องบินลาดตระเวนว่าพบเรือของชาวโรฮีนจา” พล.ร.อ.ไกรสร กล่าว
พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวอีกว่า จะมีการใช้สนามบินภูเก็ตซึ่งมีส่วนที่เป็นส่วนการบินของกองทัพเรือเป็นฐานในการปฏิบัติการ และหากสหรัฐต้องการจะมาร่วมด้วยก็สามารถเข้ามาร่วมได้ที่สนามบินภูเก็ต
อนึ่งมีรายงานว่า สหรัฐได้ทำเรื่องมายังกองทัพไทยเพื่อส่งเครื่องบินลาดตระเวนแบบ P3 จำนวน 2 เครื่อง มาร่วมลาดตระเวนช่วยเหลือชาวโรฮีนจา แต่ก่อนหน้านั้นกองทัพไทยได้ปฏิเสธ จนสหรัฐซึ่งมาฝึกปราบปรามเรือดำน้ำร่วมกับกองทัพเรือไทยจบเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ต้องถอนกำลังกลับไปก่อน







