
คุรุจิตลุยสัมปทานก๊าซ ลั่นไม่ขยับค่าไฟขึ้นแน่
“คุรุจิต” เร่งสรุปแผนจัดหาก๊าซ เหตุปริมาณสำรองเหลือ 6 ปีครึ่ง ไม่ทำอะไรค่าไฟขึ้นแน่
“คุรุจิต” เร่งสรุปแผนจัดหาก๊าซ เหตุปริมาณสำรองเหลือ 6 ปีครึ่ง ไม่ทำอะไรค่าไฟขึ้นแน่
นายคุรุจิต นาครทรรพ รักษาการปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้มี 2 เรื่องหลักที่ควรจะได้ข้อสรุปโดยเร็ว คือ การเปิดสำรวจผลิตแหล่งปิโตรเลียมครั้งที่ 21 และการบริหารสัมปทานปิโตรเลียม
ที่หมดอายุลง เพื่อไม่ให้กระทบต่อความต้องการใช้และต้นทุนเชื้อเพลิงที่จะเกิดขึ้น
ขณะนี้ปริมาณสำรองก๊าซที่พิสูจน์แล้วจะเหลือเพียง 6 ปีครึ่งเท่านั้น โดยปัจจุบันแหล่งก๊าซมาจากในประเทศ 3,750 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน คิดเป็น 78% นำเข้าจากพม่า 1,100 ล้าน ลบ.ฟุต หรือ 19% และนำเข้าแอลเอ็นจี 250 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน หรือ 3% ขณะที่สัมปทานก๊าซในแหล่งเอราวัณของบริษัท เชฟรอน และแหล่งบงกชของบริษัท ปตท.สผ. จะหมดอายุลงในปี 2565-2566 หากไม่ดำเนินการจะกระทบต่อปริมาณก๊าซในประเทศให้หายไป 2.5 ล้านล้าน ลบ.ฟุต โดยในปี 2565 เหลือแค่ 300-400 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน
“ปริมาณก๊าซที่หายไปจะถูกทดแทนด้วยการนำเข้าแอลเอ็นจีที่ราคา 15 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู สูงกว่าก๊าซในอ่าวไทยที่มีราคา 8 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ซึ่งจะทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าอัตโนมัติเพิ่มขึ้น
85 สตางค์/หน่วย ในปี 2565”นายคุรุจิต กล่าว







