posttoday
ขับเคลื่อนลงทุนจริง

ขับเคลื่อนลงทุนจริง

25 พฤษภาคม 2558

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558 ปรากฏว่าในเรื่องความ “สมหวัง” ประชาชน 86.15% ระบุว่าเป็นเรื่องการจัดการความขัดแย้งในบ้านเมือง ทำให้บ้านเมืองสงบสุข รองลงมา 80.35% ระบุว่า ทำงานรวดเร็ว เด็ดขาด จริงจัง

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558 ปรากฏว่าในเรื่องความ “สมหวัง” ประชาชน 86.15% ระบุว่าเป็นเรื่องการจัดการความขัดแย้งในบ้านเมือง ทำให้บ้านเมืองสงบสุข รองลงมา 80.35% ระบุว่า ทำงานรวดเร็ว เด็ดขาด จริงจัง

ขณะเดียวกัน ในเรื่องความ “ผิดหวัง” ประชาชนส่วนใหญ่ 80.86% ระบุว่า เป็นเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สินค้าแพง ค่าครองชีพสูง รองลงมา 79.35% ระบุว่า เป็นเรื่องการดำเนินนโยบายด้านการเกษตร ราคาข้าว ราคายาง

ผลสำรวจสะท้อนว่า แม้ประชาชนจะสมหวังกับ คสช. ในการจัดการความขัดแย้งและการทำงานที่รวดเร็ว จริงจัง แต่ปรากฏว่า คสช.ไม่สามารถใช้จุดแข็งที่มีอยู่เข้ามาจัดการปัญหาปากท้องของประชาชนและปัญหาเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งรัดขับเคลื่อนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่มีเม็ดเงินลงทุนมหาศาล และเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ประเทศในระยะยาว ท่ามกลางการส่งออกที่ยังซบเซาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและไม่แน่นอน

อีกทั้งการลงทุนขนาดใหญ่จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างงานในประเทศ และสามารถรองรับแรงงานในภาคเกษตรที่จะมีทางเลือกในการหางานเพิ่มขึ้น ในช่วงที่การผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรแทบทุกตัว ซึ่งทำให้เกษตรกรขาดทุนจากราคาสินค้าตกต่ำ แต่ต้นทุนการผลิตยังสูง

ในช่วงที่ผ่านมา แม้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่รับผิดชอบการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ได้ประกาศโครงการลงทุนต่อเนื่อง แต่ปรากฏว่าหลายโครงการยังไม่เริ่มประมูล หรือยังไม่เสนอโครงการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีชมพู และสายสีเหลือง ซึ่งเดิมกำหนดเสนอ ครม.อนุมัติปลายปีที่แล้ว แต่ก็เลื่อนมาเป็นเดือน มี.ค. และล่าสุดเลื่อนมาเป็นเดือน มิ.ย.

แม้แต่การสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง บางโครงการมีเม็ดเงินและโครงการพร้อมแล้ว แต่ก็ยังไม่เสนอ ครม.อนุมัติ บางโครงการ ครม.อนุมัติโครงการแล้ว เช่น โครงการสร้างรถไฟทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย และตามแผนจะเริ่มก่อสร้างต้นปี 2558 แต่จนถึงวันนี้ยังไม่เปิดประมูล หรือโครงการซื้อรถเมล์เอ็นจีวีที่ยังไม่ได้ตัวผู้จัดหา

มีการระบุถึงเหตุผลที่ทำให้การเริ่มต้นโครงการต้องล่าช้าออกไป เช่น ต้องปรับแบบก่อสร้างใหม่ หรือเวนคืนที่ดินไม่ได้ แต่กลับปรากฏว่าโครงการลงทุนแบบเบี้ยหัวแตก อาทิ โครงการลงทุนน้ำ ปี 2558-2559 วงเงิน 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งมีนับหมื่นโครงการ กลับมีการลงทุนอย่างไม่มีการสะดุด 

วันนี้จึงเป็นหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องเร่งรัดการลงทุนอย่างจริงจังโดยใช้จุดแข็งที่มีอยู่ หากปล่อยไว้เนิ่นช้าต่อไปจนเข้าสู่ช่วงผลัดอำนาจ เปลี่ยนรัฐบาล โครงการเหล่านี้อาจต้องนับหนึ่งกันใหม่ ทำให้ประเทศจะโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท