
สวนยางใต้พ้นวิกฤตราคาพุ่งใกล้แตะ60บาท
ชาวสวนยางใต้รอดวิกฤตราคาขยับใกล้แตะ กก.ละ 60 บาท ตามกลไกตลาดไร้รัฐแทรกแซง
ชาวสวนยางใต้รอดวิกฤตราคาขยับใกล้แตะ กก.ละ 60 บาท ตามกลไกตลาดไร้รัฐแทรกแซง
นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติและประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคายางพาราขณะนี้ขยับตัวขึ้นมาสูงเกือบถึง กก.ละ 60 บาทแล้ว ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาดโดยรัฐบาลไม่ได้แทรกแซง หากราคายังอยู่ระดับนี้ต่อไปจะไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร แต่ทางรัฐบาลและสภาเกษตรกรได้เตรียมมาตรการต่างๆ ไว้รองรับราคาตกต่ำลงมาหรือเกิดวิกฤตราคายางขึ้นอีก
นายสิทธิพร กล่าวอีกว่า มาตรการดังกล่าวได้ขยายเวลาโครงการเดิม 3 โครงการ คือ 1.โครงการเงินกู้เพื่อประกอบอาชีพเสริมแก่เกษตรกร วงเงินจำนวน 1 หมื่นล้านบาท 2.โครงการเงินกู้แก่สถาบันเกษตรกร เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อยางจากเกษตรกร วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท และ 3.โครงการเงินกู้ 5,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุง และขยายกิจการ โดยขยายเวลาออกไปจนกว่าจะหมดวงเงิน นอกจากนั้นยังเตรียมพร้อมโครงการมูลภัณฑ์กันชนไว้อีกทางหนึ่ง
“แต่จะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรรายย่อยผ่านตลาดเครือข่าย 108 แห่งทั่วประเทศ โดยรับซื้อเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเท่านั้น คือรายละไม่เกิน 25 ไร่ ส่วนที่เกิน 25 ไร่ ต้องขายในราคากลไกตลาด ซึ่งโครงการมูลภัณฑ์กันชนในฤดูกาลผลิตใหม่นี้เป็นการเตรียมความพร้อมไว้เท่านั้น เนื่องจากราคาขยับขึ้นมาอยู่ในระดับที่เกษตรกรพออยู่ได้ ขณะเดียวทางราชการได้เตรียมความพร้อมเรื่องข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรโดยปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน หากราคามีปัญหาจะได้ใช้ข้อมูลได้ทันที” นายสิทธิพร กล่าว
ด้าน นายอาคม วงษ์ศิริ เกษตรกร ต.วัดประดู่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังเปิดฤดูกาลกรีดยางใหม่ราคาขยับขึ้นมาประมาณ 20 บาท จากก่อนฤดูกาลปิดกรีดเมื่อช่วงเดือน มี.ค. ราคาน้ำยางสดอยู่ที่ กก.ละ 40 บาท แต่ขณะนี้ราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ กก.ละ 55 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรค่อนข้างพอใจในระดับหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงมีความวิตกกังวลว่าราคาอาจจะปรับลดลงอีก เพราะขณะนี้ปริมาณน้ำยางยังน้อย
อย่างไรก็ตาม หากชาวสวนยางภาคใต้เปิดกรีดกันเต็มที่ ทำให้เกรงว่าราคาจะปรับลดลงไปอีก ซึ่งความเป็นจริงแล้วในฐานะเกษตรกรก็อยากให้พ่อค้าคนกลางรับซื้อน้ำยางสดอยู่ที่ กก.ละ 80 บาท ทำให้เกษตกรพอจะอยู่ได้ในยุคสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ก็อยากวิงวอนให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเรื่องต้นทุนทางการผลิตมากกว่านี้ เช่น ราคาปุ๋ย ซึ่งสวนทางกับราคายางเป็นอย่างมาก







