
เพิ่มข้อหาอาชญากรข้ามชาติ
ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาอาชญากรข้ามชาติผู้ต้องหาค้าโรฮีนจาเพิ่มอีก 1 ข้อหา
ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาอาชญากรข้ามชาติผู้ต้องหาค้าโรฮีนจาเพิ่มอีก 1 ข้อหา
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนเตรียมตั้งข้อหาอาชญากรข้ามชาติเพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา แก่ผู้ต้องหา 46 คนที่จับกุมตัวได้ เนื่องจากมูลความผิดเชื่อมโยงระหว่างประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้แจ้งไปแล้ว 3 ข้อหา คือ กระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์ ช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นและร่วมกันเรียกค่าไถ่
ขณะเดียวกัน ในส่วนของความคืบหน้าการติดตามจับกุมผู้ต้องหาล่าสุดยังไม่มีการจับกุมเพิ่มเติม โดยขณะนี้ออกหมายจับ 77 หมาย จับกุมตัวได้แล้ว 46 คน และยังหลบหนีอีก 31 คน ซึ่งผู้หลบหนีหลายคนพยายามติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้ว ส่วนผลการสอบสวนนั้น มีหลายคนที่ยอมรับสารภาพ แต่ผู้ต้องหาคนสำคัญยังให้การปฏิเสธ
พล.ต.อ.เอก กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้วางกรอบเพื่อเชื่อมโยงพยานหลักฐานต่างๆ ไล่ตั้งแต่ปาดังเบซาร์ สตูล และระนอง โดยวันที่ 25 พ.ค.นี้ จะสรุปความคืบหน้าการสอบสวนและวางแนวทางเร่งรัดการทำสำนวนให้เสร็จอย่างช้าภายในเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา
ด้าน นายอาลี อำหมัด ตัวแทนสมาคมโรฮีนจาสากลแห่งประเทศไทย กล่าวในงานเสวนาวิชาการ “โรฮีนจา รัฐ ชาติ ประวัติศาสตร์ และความหวัง เพื่อก้าวข้ามอคติและดราม่า สู่การแสวงหาข้อเท็จจริง” เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ดำเนินการได้อย่างถูกต้องเกี่ยวกับการช่วยเหลือชาวโรฮีนจา และแก้ไขเรื่องของขบวนการค้ามนุษย์ในตอนนี้ ซึ่งถือว่ามีการจัดการได้เป็นอย่างดี
นายอาลี กล่าวอีกว่า ชาวโรฮีนจาในพม่าจะถูกกีดกันในด้านสิทธิต่างๆ โดยรัฐบาลพม่าวางแผนให้ชาวโรฮีนจาเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อต้องการยึดพื้นที่ที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติมูลค่ามหาศาล จึงส่งผลให้มีความเป็นอยู่ที่ยากลำบากจนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้อยากขอให้นานาประเทศช่วยกันกดดันรัฐบาลพม่าให้พิสูจน์สัญชาติชาวโรฮีนจา และคืนสิทธิที่ถูกยึดไปกลับคืนมา เพื่อให้ชาวโรฮีนจามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเหมือนในอดีต
พล.ร.ท.สายันต์ ประสงค์สำเร็จ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 (ผบ.ทรภ.3) กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวว่ามีเรือชาวโรฮีนจาออกจากเมืองยะไข่และจะมาถึงไทยวันที่ 29 พ.ค.นี้นั้น เนื่องจากระยะนี้ไปจนถึงต้นเดือนหน้าคลื่นลมรุนแรงมาก ทำให้เรือลำดังกล่าวยังมาไม่ถึงน่านน้ำไทย และอาจจะขึ้นฝั่งในพื้นที่ของพม่าไปแล้ว







