posttoday
สปส.หวั่นลดดอกกระทบพอร์ตลงทุน

สปส.หวั่นลดดอกกระทบพอร์ตลงทุน

25 พฤษภาคม 2558

สปส.โชว์กำไรไตรมาสแรก 11,289 ล้านบาท หวั่นใจแนวโน้มดอกเบี้ยลด กระทบผลตอบแทนปีนี้

สปส.โชว์กำไรไตรมาสแรก 11,289 ล้านบาท หวั่นใจแนวโน้มดอกเบี้ยลด กระทบผลตอบแทนปีนี้

นายวิน พรหมแพทย์ หัวหน้ากลุ่มลงทุน สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของกองทุนประกันสังคมในไตรมาสแรกของปี 2558 ว่ามีผลตอบแทน 11,289 ล้านบาท แบ่งเป็นผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและกำไรจากการขายตราสารหนี้ และค่าธรรมเนียมการให้ยืมทรัพย์ 9,661 ล้านบาท เงินปันผลและกำไรจากการขายตราสารทุน 1,625 ล้านบาท

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนคิดเป็น 0.96% ตามมาตรฐานบัญชี 105 และคิดเป็น 1.6% ตามมาตรฐานบัญชี 106 ในขณะที่อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในปี 2557 คิดเป็น 5.34% ตามมาตรฐานบัญชี105 และคิดเป็น 8.92% ตามมาตรฐานบัญชี 106

สำหรับพอร์ตการลงทุนของกองทุนประกันสังคม ณ วันที่ 31 มี.ค.มีเงินลงทุนรวม 1.28 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตร ธปท. 871,745 ล้านบาทคิดเป็น 67.99% การลงทุนในหุ้นสามัญ 114,719 ล้านบาท คิดเป็น 8.95% พันธบัตรรัฐบาล 96,939 ล้านบาทคิดเป็น 7.56% หุ้นกู้เอกชน 48,462 ล้านบาท คิดเป็น 3.78% เงินฝากธนาคาร 34,015 ล้านบาท คิดเป็น 2.65%เงินฝากธนาคาร 62,367 ล้านบาทคิดเป็น 4.86% หน่วยลงทุน (กองทุนอสังหาริมทรัพย์, กองทุนต่างประเทศ) 54,000 ล้านบาท คิดเป็น 4.21% ซึ่งทั้งหมดรวมเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง 79% หลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง 21%

“แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยลดลงอาจจะส่งผลกระทบกับผลตอบแทนการลงทุนของ สปส.บ้าง ในขณะเดียวกันต้องแสวงหาการลงทุนใหม่ๆ เช่น กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์) เพื่อมาทดแทนผลตอบแทนดอกเบี้ยที่ลดลง โดยในปีนี้จะพยายามประคับประคองผลตอบแทนการลงทุนให้ใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่อยู่ที่ 4.6 หมื่นล้านบาท” นายวิน กล่าว

นอกจากนี้ คณะกรรมการ (บอร์ด) สปส.ได้สั่งให้ชะลอการลงทุนต่างประเทศออกไปก่อน จากเดิมที่ได้อนุมัติให้ลงทุนได้ในวงเงิน 6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้ลงทุนในช่วงนี้อาจซื้อของถูก แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าจะฟื้นตัวเมื่อไร ดังนั้น สปส.จะหันมามุ่งเน้นการลงทุนในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยให้มีความยั่งยืนในระยะยาว

รวมทั้งเพิ่มการลงทุนในหลักทรัพย์ทางเลือกที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย เช่น จัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) และกองทรัสต์ที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Trust) เพื่อระดมเงินสำหรับใช้ในการลงทุนภาครัฐ คาดหวังผลตอบแทนเงินปันผล 6-8% ต่อปี

สำหรับรัฐบาลมีแผนการออกพันธบัตรเพื่อการชำระหนี้โครงการต่างๆ เช่น โครงการจำนำข้าว ก็สนใจน่าลงทุน เพราะว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง อีกทั้งปัจจุบันนักลงทุนประเภทสถาบัน
ก็แย่งกันลงทุนในพันธบัตรอยู่แล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท