
ถอดรหัส "ทักษิณ" ชนคสช.ช่วยยิ่งลักษณ์
จากคำให้สัมภาษณ์บางส่วน จึงมีความน่าสนใจเป็นอย่างมากว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังคิดและทำอะไรอยู่
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ต้องยอมรับว่าการขยับแต่ละครั้งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สร้างแรงสั่นสะเทือนในทางการเมืองได้ตลอด ซึ่งล่าสุดในห้วงบรรยากาศครบรอบ 1 ปีของการรัฐประหารล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้เคลื่อนไหวในต่างประเทศผ่านการแสดงความคิดเห็นและให้สัมภาษณ์กับสื่อในต่างประเทศ
19 พ.ค. ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวระหว่างการสัมมนา “Asian leader Conference” ที่ประเทศเกาหลีใต้ ว่า “ต้องการเห็นรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสบความสำเร็จ แต่คงเป็นเรื่องยากอย่างที่เราสามารถคิดกันได้”
22 พ.ค. ให้สัมภาษณ์พิเศษผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นของสหรัฐ ว่า “โดยปกติแล้วตามกระบวนการยุติธรรมจะต้องมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า จำเลยไม่ได้มีความผิด แต่ดูเหมือนว่าการพิจารณาคดีในครั้งนี้จะสันนิษฐานไปก่อนแล้วว่ายิ่งลักษณ์มีความผิด จึงหวังว่าจะมีการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม”
จากคำให้สัมภาษณ์บางส่วนของอดีตนายกฯ มากอิทธิพลคนนี้ จึงมีความน่าสนใจเป็นอย่างมากว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังคิดและทำอะไรอยู่
สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะยิ่งลักษณ์ที่อาจถูกศาลลงโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงพยายามออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังจากที่ตัวเองเงียบหายมานาน โดยกระบวนการยุติธรรมที่กำลังเดินหน้าขณะนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หวาดหวั่นว่ายิ่งลักษณ์จะต้องมีชะตากรรมแบบตน
สังศิต ประเมินอีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะประเมินแล้วว่าศาลจะไม่ยอมให้คุณยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศโดยง่าย เพราะมีบทเรียนแล้วจากการอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกนอกประเทศ ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จึงตัดสินใจเปิดฉากชนกับรัฐบาล
“โดยทั่วไปจะเริ่มจากวิจารณ์และนำไปสู่การยกระดับการต่อสู้ที่สูงขึ้น เพราะตอนนี้ยังไม่สามารถทำให้ คสช.ล้มได้” สังศิต กล่าว
ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี วิเคราะห์ว่า ไม่ได้มีอะไรผิดปกติเท่าไหร่ อาจเป็นห้วงเวลาที่ครบรอบเหตุการณ์สำคัญเท่านั้น กลุ่มการเมืองจึงพยายามหาพื้นที่ทางการเมือง และผลักดันประเด็นทางการเมือง ขณะเดียวกันเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ทำให้สะดวกมากขึ้น แม้จะมีการจัดระเบียบพื้นที่ มีความพยายามควบคุมการสื่อสารไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงแล้วก็ตาม แต่ในภาพรวมถือว่าการสื่อสารทางการเมืองยังน้อยกว่าในอดีต ขณะเดียวกันสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มการเมืองยังคงเคลื่อนไหวและมีกิจกรรมกันอยู่ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงยังคงบริหารจัดการได้
“รัฐบาลและ คสช.อยากให้กลุ่มการเมืองออกมาเคลื่อนไหวที่เป็นประโยชน์ เพราะอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านกลับไปสู่สภาวะปกติ และกระบวนการกำลังเดินทางไปสู่ระบบการเลือกตั้ง รัฐบาลและคสช. พยายามที่จะสนับสนุน ส่งเสริม หรือสร้างช่องทางให้เขามีบทบาทที่เหมาะสม เช่น แสดงความเห็นเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ เห็นด้วยหรือไม่อย่างไร แล้วจะแก้ไขอย่างไร รวมถึงประเด็นการปฏิรูป เช่น ความไม่เป็นธรรมต่างๆ ก็เสนอมาแนวทางในการปฏิรูปควรทำอย่างไร เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ด้วย คสช. รัฐบาล อยากเห็นบทบาทที่สร้างสรรค์ ไม่อยากให้ไปพูดถึงคดีในอดีต เพราะคดีเกิดขึ้นมาหลายรัฐบาล หลายปีแล้ว” ปณิธาน กล่าว
เสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของ สปช. คิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นมาโดยบังเอิญ แต่เป็นการรอจังหวะในทางการเมืองอยู่แล้ว เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ครบรอบ 1 ปีของการทำงานของ คสช. ประกอบกับคดีต่างๆ ทั้งในส่วนของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และเครือข่ายของพรรคเพื่อไทยกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบที่เข้มข้น จึงเป็นจังหวะเหมาะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะออกมาให้สัมภาษณ์
“ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นการส่งสัญญาณให้ทุกคนได้เห็นว่าตัวเองยังไม่ได้ไปไหน และยังพร้อมที่จะเดินหน้าสู้ต่อไปได้ และเหนืออื่นใดเวลานี้ คสช.กำลังเผชิญกับปัญหาหลายเรื่อง จึงต้องออกมาแสดงความคิดเห็นเพื่อหวังผล”เสรี กล่าว
ขณะที่ อุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตรองประธานศาลฎีกาและอดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่งเป็นผู้ทำคดีไต่สวน พ.ต.ท.ทักษิณ กรณีซื้อขายที่ดินรัชดา กล่าวว่า ที่ผ่านมาคนที่ถูกดำเนินคดีมักจะออกมาบอกว่าตัวเองถูกกลั่นแกล้ง แต่กลับไม่เคยชี้แจงว่ากระบวนการที่ตัวเองถูกกลั่นแกล้งเป็นอย่างไร
“ผมเชื่อระบบกระบวนการยุติธรรมของศาลไม่เคยกระทำกลั่นแกล้งใคร มีแต่ช่วย ทั่วโลกเขายอมรับหลักการของศาล ผมคิดว่ารัฐบาลและ คสช.ควรจะทำอะไรให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทุกคนต้องเข้าใจว่าบ้านเมืองมีปัญหาอยู่แล้ว จึงไม่ควรออกมา
ขยายปมปัญหานั้นให้ใหญ่ขึ้น”อดีตผู้พิพากษา กล่าว







