
กล่องนาบุญ ธุรกิจคนตาย เพื่อคนเป็น
จากงานวิจัยของ วนิพพล มหาอาชา และ ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
จากงานวิจัยของ วนิพพล มหาอาชา และ ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ธุรกิจพวงหรีด ดอกไม้จันทน์ ของระลึกในงานเผาศพ มีมูลค่าหลายพันล้านบาท ธุรกิจพวงหรีด มีทั้งที่เป็นดอกไม้สด 500-3,000 บาท ซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุด รองลงมาเป็นพวงหรีดแบบดอกไม้ประดิษฐ์ หรือดอกไม้แห้ง 500-1,500 บาท สำหรับพวงหรีดที่ทำด้วยวัสดุผ้าเป็นพวงหรีดที่มีผู้นิยมน้อยที่สุดและมีราคาต่ำที่สุด คือ 300-1,500 บาท
“มองว่าการทำบุญในงานศพด้วยพวงหรีด ทั้งดอกไม้สด ดอกไม้แห้ง เป็นความสิ้นเปลืองที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่ก่อประโยชน์ หลังจบงานศพ พวงหรีดเหล่านี้ ถูกทิ้งทันที จึงคิดเกิดธุรกิจเนื้อนาบุญขึ้นมา” ปารเมศร์ รัชไชยบุญ ประธาน บริษัท เนื้อนาบุญ เล่าถึงที่มาของธุรกิจเพื่อคนตายได้บุญ คนเป็นได้ปัญญา
เวลาไปงานศพที่วัดจะเห็นพวงหรีดจำนวนมาก ที่ถูกทิ้งไว้หลังจบงานศพ ดอกไม้เป็นต้นๆ ถูกปล่อยทิ้งให้เน่าเสีย ปริมาณขยะที่เกิดจากโฟมจำนวนมาก ที่ไม่สามารถย่อยสลาย ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ตามมา คุณค่าและราคาของพวงหรีดก็จบลงตรงนี้
ผลิตภัณฑ์กล่องนาบุญเป็นกล่องไม้สีดำ ครอบด้วยโครงพลาสติกใสพร้อมห่อรัดด้วยโบสีดำ ภายในกล่องบรรจุด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เช่น อุปกรณ์เครื่องเขียน อุปกรณ์กีฬา กระเป๋านักเรียน ดินสอ ดินสอสี และอื่นๆ อีกมากมาย ตามราคาและขนาดกล่อง ซึ่งมีตั้งแต่ 800, 1,000, 1,200, 1,500, 2,000 และ 2,500 บาท พร้อมทั้งแถบชื่อของผู้ส่ง โดยมีบริการจัดส่งเช่นเดียวกับการส่งพวงหรีดทั่วไป
สิ่งที่ผู้ส่งและผู้รับจะได้จากการส่ง “กล่องนาบุญ” มีดังนี้
1.10% ของราคากล่องนาบุญจะนำไปบริจาคเข้ามูลนิธิชัยพัฒนา ในพระบรมราชูปถัมภ์
2.เป็นการทำบุญร่วมกันครั้งสุดท้ายระหว่างผู้ส่งและผู้รับให้กับผู้ที่จากไป
3.เป็นการให้โอกาสส่งเสริมโรงเรียนและเด็กนักเรียนที่ยากไร้
ขณะที่ทางเลือกสำหรับเจ้าภาพผู้ได้รับกล่องนาบุญจะมีทางเลือก ดังนี้
1.บริจาคให้วัดนั้นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีโรงเรียนประจำวัดอยู่แล้ว
2.แล้วแต่อัธยาศัยของเจ้าภาพ
3.บริจาคให้กับโครงการโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) (โดยบริษัทจะไปรับกล่องนาบุญกลับมา เพื่อส่งให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน)
ขณะเดียวกัน เป็นการได้ทำบุญกับพระสงฆ์อีกทางหนึ่ง
ปารเมศร์ กล่าวว่า การทำธุรกิจกล่องนาบุญไม่ได้หวังกำไรมากหรือน้อย แต่เป็นการทำบุญร่วมกันครั้งสุดท้ายสำหรับผู้ส่งและเจ้าภาพ ผู้ที่จากไป แต่สามารถเกิดประโยชน์ต่อเนื่อง สามารถเป็นประโยชน์สำหรับ
คนเป็นได้ ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถบริจาคเข้ามูลนิธิชัยพัฒนาในพระบรมราชูปถัมภ์ปีละหลักล้านบาท
“สำหรับกล่องนาบุญไม่ได้ต้องการมาแทนพวงหรีดดอกไม้ต่างๆ แต่ขอเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่แตกต่างและมีคุณค่ามากกว่า เพราะยังมีคนเป็นอีกมากมายที่ยังด้อยโอกาส ยากไร้ สิ้นหวัง และต้องการความ
ช่วยเหลือ”
ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจเพื่อสังคม ที่มุ่งเปลี่ยนโลกไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ลดการทำลายสิ่งแวดล้อม พร้อมเอื้อมมือเข้าไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ เป็นช่องทางใหม่ของการทำบุญเพื่อประโยชน์ที่ดีขึ้นของสังคม







