posttoday
แบบอย่างของคนดีมีฝีมือและซื่อสัตย์สุจริต ดร.คุรุจิต นาครทรรพ

แบบอย่างของคนดีมีฝีมือและซื่อสัตย์สุจริต ดร.คุรุจิต นาครทรรพ

24 พฤษภาคม 2558

ในที่สุด คณะรัฐมนตรีชุด พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีมติแต่งตั้ง ดร.คุรุจิต นาครทรรพ

โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

ในที่สุด คณะรัฐมนตรีชุด พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีมติแต่งตั้ง ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ลูกหม้อกระทรวงพลังงานผู้มีความรู้ความสามารถและมีผลงานที่ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติมากมายตลอดชีวิตราชการให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน

ดร.คุรุจิต นาครทรรพ เกิดเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2498 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนโตของ ดร.อรรถ นาครทรรพ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ศ.ฐะปะนีย์ นาครทรรพ (สกุลเดิม ณ ถลาง) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทยและเป็นปูชนียบุคคลทางด้านภาษาไทยในวงการศึกษาไทย

ดร.คุรุจิต จบการศึกษาชั้นต้นจากโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย แล้วไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา จบปริญญาตรี, โท, เอก สาขาวิศวกรรมปิโตรเลียม จากมหาวิทยาลัยโอกลาโฮมา สหรัฐอเมริกา B.S. (with Special Distinction) M.S. & Ph.D. in Petroleum Engineering, University of Oklahoma, U.S.A.

หลังจบการศึกษาแล้ว ดร.คุรุจิต ได้เข้ารับราชการที่กระทรวงพลังงานในปี 2526 ได้ปฏิบัติงานทางด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมตลอดจนงานด้านพลังงานระหว่างประเทศและในสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้อำนวยการสำนักวิชาการ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงพลังงาน รักษาการหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน รองอธิการบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

ในปี 2543 ดร.คุรุจิต ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลไทย และคณะกรรมการองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJA) ให้ไปปฏิบัติงานที่องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย ในตําแหน่ง หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (Chief Executive Officer (CEO)) ณ สํานักงานใหญ่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เป็นระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2543-30 ก.ย. 2547 ซึ่งรับผิดชอบในการสํารวจและพัฒนาแหล่งก๊าซ ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

ในเดือน ต.ค. 2547 ดร.คุรุจิต ได้กลับจากการปฏิบัติหน้าที่ที่ประเทศมาเลเซียและมาปฏิบัติราชการที่กระทรวงพลังงาน กรุงเทพฯ ในตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักวิชาการเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ต่อมาในปี 2548 ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เพิ่มเติมในตําแหน่งรักษาการหัวหน้าสํานักงานรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักความร่วมมือระหว่างประเทศ สํานักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ต่อมาในเดือน ม.ค. 2549 ได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งรองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

ในปี 2549 เป็นรองปลัดกระทรวงพลังงาน ปี 2551 เป็นอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติถึงเดือน พ.ย. 2553 แล้วกลับไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน และอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจนถึงเดือน ก.ย. ปี 2557 และเป็นรองปลัดกระทรวงพลังงานตลอดมาจนได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงในขณะที่เหลืออายุราชการเพียง 4 เดือน

เนื่องจาก ดร.คุรุจิต เติบโตมาในตระกูลขุนนางเก่า มีบรรพบุรุษทั้งปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ต่างก็รับราชการสนองพระเดชพระคุณด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและจงรักภักดีมาโดยตลอด ทำให้ ดร.
คุรุจิต มีความภาคภูมิใจในการที่จะมีโอกาสได้ทำงานรับใช้ชาติ และตั้งใจตลอดมาว่าจะอุทิศตนเพื่อทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยุติธรรม เมื่อมีตำแหน่งใหญ่ได้เป็นนายผู้อื่นก็จะเป็นผู้นำองค์กรอย่างมืออาชีพ เป็นตัวอย่างที่ดีให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความเคารพนับถืออย่างสนิทใจ และจากประสบการณ์อันยาวนานของการรับราชการทางด้านพลังงานของประเทศได้ยึดหลักสำคัญในการบริหารกิจการพลังงานด้วยการทำงานแบบมืออาชีพ ปฏิบัติตามกรอบนโยบายอย่างถูกกฎหมาย มองประโยชน์ระยะยาวของประเทศชาติและประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้งอย่างซื่อสัตย์สุจริต ได้วางตัวให้เป็นที่ไว้วางใจจากผู้คนรอบข้างซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้งานทุกอย่างได้รับความสำเร็จ

จากการทำงานมา 30 กว่าปีในกระทรวงพลังงาน ดร.คุรุจิต ได้ทุ่มเททำงานเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติและสังคมส่วนรวมอย่างเต็มกำลัง มีวิธีทำงานกันเป็นทีมประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักธรณีวิทยา ที่ทำงานกันแบบตรงไปตรงมามีเหตุผลรองรับ ทำด้วยจิตสำนึกว่างานที่ทำคืองานที่ยิ่งใหญ่สำหรับประเทศชาติ การค้นหาแหล่งพลังงานกว่าจะได้มานั้นต้องใช้เวลาวางแผนมีองค์ประกอบหลายส่วน ฉะนั้นวัฒนธรรมองค์กรของกระทรวงพลังงานคือ อย่าเป็นจุดกีดขวางอะไรที่ถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมายก็ให้บริการเต็มที่ ไม่ยึกยักดึงเรื่องให้ประเทศชาติและสังคมส่วนรวมต้องเสียประโยชน์ นี่คือวัฒนธรรมองค์กรของคนทำงานในกระทรวงวัฒนธรรมที่ ดร.คุรุจิต มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน

ดร.คุรุจิต ย้ำว่า สังคมจะอยู่ได้ต้องมีความจริงใจ และความซื่อสัตย์สุจริตก็ควรเป็นปัจจัยพื้นฐานของทุกคน และเป็นวัฒนธรรมขององค์กรที่ยั่งยืน “ประเทศเรายังมีข้อจำกัดในเรื่องของแหล่งพลังงาน ผมพยายามที่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดในด้านการจัดหาพลังงาน หาความรู้ใส่ตัว หาเทคโนโลยีใหม่มาให้องค์กร พัฒนาคนทำงานให้มีวัฒนธรรมด้านความซื่อสัตย์ มีความสามารถ และเป็นมืออาชีพ ให้องค์กรสามารถเติบโตไปได้โดยที่ไม่ต้องมีผม เพราะผมว่าผู้บริหารที่ดีต้องทำให้องค์กรสามารถมีค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรอยู่ยงคงกระพันและพัฒนาขับเคลื่อนไปในทางที่ดีขึ้นได้ด้วยตัวเอง

การทำงานราชการให้ประสบความสำเร็จ นอกจากความซื่อสัตย์สุจริตแล้ว ผมคิดว่ามีอีกประการหนึ่งที่สำคัญ คือมีวิญญาณของการมุ่งทำงานให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม และประสบความสำเร็จในภารกิจที่ได้รับมอบหมายด้วย เพราะยุคนี้ยอมรับว่าเราต้องแข่งกับคนอื่น ราชการก็ต้องแข่งกับระบบราชการประเทศอื่น คนที่เขารับบริการ ถ้าเรามัวยึกยักชักช้า ยืดยาดโยกโย้ คุยไม่รู้เรื่อง เขาก็หนีออกไปทำธุรกิจกับประเทศอื่น ผลที่ตามมาก็คือคนตกงาน

คนทำงานกับแรงกดดันเป็นเรื่องปกติในทุกองค์กร ดร.คุรุจิต จึงแนะนำว่า

“ผมว่าเราต้องมีความอดทนอดกลั้น เป็นธรรมะขั้นพื้นฐาน ขันติโสรัจจะ ความอดทนและความสงบเสงี่ยม ต้องมีความเพียร มีอิทธิบาท 4 ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ไม่ท้อถอยในหลักยึดที่เรามีอยู่ในตัวเอง ผมคิดว่าสังคมไทยคุณภาพชีวิตโดยรวมดีกว่าสมัยก่อนเยอะ การศึกษาดีขึ้น แต่เราก็ไม่มีความพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ เวลามีปัญหา อย่าไปเปรียบเทียบตัวเองกับคนที่สูงกว่า ให้เปรียบกับคนที่ด้อยกว่า ยังมีคนอีกมากมายที่ไม่มีโอกาสเหมือนเรา ดังนั้นอย่าให้อุปสรรคมาเป็นข้ออ้างที่จะทำให้เราไม่ทำความดี”

ดร.คุรุจิต เคยดำรงตำแหน่ง Chief Executive Officer (CEO) องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJA), กรรมการ บริษัท ปตท., กรรมการ บริษัท ผลิตไฟฟ้า, ประธานกรรมการ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม, กรรมการ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย), นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ และเลขาธิการสมาคมไทย-มาเลเซีย (ปี 2548-2554)

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, ประธานกรรมการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง, ประธานกรรมการ บริษัท ไทยออยล์ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

ดร.คุรุจิต สมรสกับ ม.ล.ประทิ่นทิพย์ เทวกุล ผู้จัดการโรงเรียนราชินี มีบุตร-ธิดา 2 คน

แม้จะมีเวลาอยู่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานเพียง 4 เดือน ก็จะเกษียณอายุ แต่คนดีมีความสามารถและซื่อสัตย์สุจริต ที่พิสูจน์การทำงานเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมืองและส่วนรวมมาตลอดชีวิต คงมีโอกาสอย่างเต็มที่ที่จะได้ทำงานในการแก้ปัญหาและพัฒนาพลังงานของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่คนรุ่นหลังในอนาคตอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท