posttoday
ดันแบรนด์ไทยสู่ครัวโลก

ดันแบรนด์ไทยสู่ครัวโลก

24 พฤษภาคม 2558

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพหลักในการเข้าร่วมงาน Expo Milano 2015, Italy

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพหลักในการเข้าร่วมงาน Expo Milano 2015, Italy หรืองาน World Expo ที่แต่ละประเทศเข้าร่วมแสดงนิทรรศการตามหัวข้อที่กำหนดขึ้นในแต่ละครั้ง มหกรรมดังกล่าวเน้นการนำเสนอความก้าวหน้าการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม นวัตกรรม และศักยภาพด้านต่างๆ ของแต่ละประเทศ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พ.ค.-31 ต.ค. 2558 ณ เมืองมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี

ในปีนี้อาคารแสดงประเทศไทย (Thailand Pavilion) ตามความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้ร่วมแสดงให้ประชาคมโลกได้ตระหนักถึงขีดความสามารถและความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะ “ครัวของโลก” ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดภัยในทุกกระบวนการ มีสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ มีอาหารแปรรูปที่ได้มาตรฐานและทั่วโลกให้การยอมรับ

ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า แม้จะทราบดีว่าอิตาลีจะมีความเป็นชาตินิยม เป็นเรื่องยากที่อาหารไทย หรืออาหารจากประเทศอื่นๆ จะได้รับการยอมรับ แต่อาคารแสดงประเทศไทยก็ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก มีผู้เข้าชมงานประมาณวันละ 1.6 หมื่นคน

เป้าหมายความสำเร็จในงานครั้งนี้ก็เพื่อส่งสัญญาณให้ลูกค้าทั่วโลกรับทราบว่าสินค้าไทย หรืออาหารไทยมีการผลิตมาจากชาวไร่ชาวนาที่มีคุณภาพ ทำให้ต่างชาติรู้สึกว่าแหล่งที่มาของสินค้าก่อนจะนำมาประกอบเป็นอาหารดังๆ เช่น ข้าวผัด ผัดไทย ข้าวเหนียวมะม่วง ส้มตำ ล้วนมีที่มาที่น่าสนใจ

“สิ่งที่เราจะเน้นคือ การนำศิลปวัฒนธรรมที่เกี่ยวโยงกับการนำเสนอวิธีทำอาหาร ต้องให้เป็นศิลปะ ในขณะที่ในตัวของอาหารไทยเป็นศิลปะอยู่แล้ว แต่เราจะปรับแต่งให้ดูสวยงามอย่างไรให้มากขึ้น เช่น ฉลุลายต่างๆ แบบไทยๆ ในผลไม้ เพื่อให้ต่างชาติรู้จักอาหารไทย” ปีติพงศ์ ระบุ

อย่างไรก็ดี อาคารแสดงประเทศไทย ซึ่ง รมว.เกษตรฯ จะเดินทางไปร่วมชมงานในครั้งนี้มีพื้นที่จัดแสดงถึงเกือบ 3,000 ตารางเมตร เป็น 1 ใน 12 ประเทศที่มี Pavilion ขนาดใหญ่ที่สุดในงาน Expo Milano 2015 โดยทางกระทรวงเกษตรฯ ได้คัดเลือกหัวข้อหลักในการเข้าร่วมงานครั้งนี้คือ “การหล่อเลี้ยงโลกอย่างยั่งยืน” เพื่อแสดงถึงศักยภาพด้านการเกษตรของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น

งานสถาปัตยกรรมการออกแบบอาคารแสดง จึงต้องการสะท้อนสัญลักษณ์ “ความเป็นไทย” ภายใต้แนวคิด “Nourishing and Delighting the World” หรือ “การหล่อเลี้ยงโลกอย่างยั่งยืน” อันประกอบด้วย 1.“งอบ” อัตลักษณ์และภูมิปัญญาไทยที่จะนำมาเป็นสัญลักษณ์แทนผู้ผลิตอาหาร ทั้งชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ซึ่งผู้เข้าร่วมงานอาคารแสดงประเทศไทยจะมองเห็นงอบตระหง่านโดดเด่นตั้งแต่ทางเข้า 2.“พญานาค” สัญลักษณ์แห่งความเชื่อ และตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ในการทำการเกษตร และ 3.“ฐานเจดีย์” สัญลักษณ์แห่งความศรัทธา

การจัดแสดงอาคารประเทศไทย ประกอบด้วย 5 โซน โซนที่ 1 “ทรัพย์ในดินสินในน้ำ จิตวิญญาณความเป็นไทย” (The Land of Plenty, Spirit of Thai) เป็นโซนอยู่บริเวณด้านนอกอาคารที่จัดแสดงการปลูกข้าวพันธุ์ กข.31 รวมถึงการจำลองตลาดน้ำวิถีชีวิตความเป็นไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โซนที่ 2 “สุวรรณภูมิ” (Golden Land) เป็นโซนที่ใช้เทคนิคฮอโลแกรม 3 มิติ ผสมผสานการฉายภาพรอบทิศทาง แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินไทย วิถีการเกษตรที่หลากหลาย ทำให้ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

โซนที่ 3 “ครัวไทยสู่ครัวโลก” (Kitchen to the World) เป็นโซนที่นำเสนอเนื้อหาภาพสายพานการผลิตที่ทันสมัยของไทย มีเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารและบรรจุผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบของไทยให้นานาชาติรับรู้ โซนที่ 4 กษัตริย์แห่งเกษตร (King of Agriculture) เป็นห้องฉายภาพยนตร์ที่ผสมผสานเทคนิคพิเศษของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โซนที่ 5 “อาหารแห่งอนาคต” (Food for the Future) เป็นโซนที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มนานาชนิด อาทิ ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง รวมทั้งข้าวพร้อมกับข้าวประเภทต่างๆ ขนมหวานไทย ผลไม้ อบแห้ง ซึ่งเป็นการโชว์อาหารในนาม “ไทยแลนด์แบรนด์” ว่าเป็นสินค้ามีคุณภาพ หลากหลาย และมีศักยภาพในการผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลกได้

ปีติพงศ์ อธิบายว่า การก้าวขึ้นเป็นครัวโลก หรือทิศทางของอุตสาหกรรมอาหารไทยจะเดินไปใน 2 ทิศทาง นั่นคือ อาหารเพื่อสุขภาพและอาหารเพื่อความงาม เรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพหมายถึงอาหารนั้นต้องปราศจากสารปนเปื้อน สินค้าต้องสามารถระบุที่มาได้อย่างชัดเจน ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงต้องให้ความสำคัญ รวมถึงรูปแบบการนำเสนอต้องดีและน่าสนใจ เช่น หีบห่อ เรื่องราวที่มาของสินค้า เป็นต้น

นอกจากนี้ ประเด็นที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องเร่งผลักดันคือ มาตรฐานคุณภาพสินค้า หรือคิวแบรนด์ โดยเฉพาะอาหารไทยในต่างประเทศต้องมีความเป็นไทยแท้ๆ เพราะจะพบว่ามีหลายชาติไปเปิดร้านอาหารไทยทำให้รสชาติไม่เหมือนอาหารไทย

“อาหารไทยในต่างประเทศ ร้านที่รสชาติดีและเป็นไทยแท้ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านระดับสูง ดังนั้น คิวแบรนด์ หรือแบรนด์ไทย ต้องได้รับการสนับสนุนมากกว่านี้ ต้องสนับสนุนทุกช่องทาง ตั้งแต่ปลายทางตามร้านอาหาร หรือในห้างสรรพสินค้า รวมถึงผลักดันทางโซเชียลมีเดียที่ต้องชูตราไทยแลนด์ให้ทั่วโลกได้รู้จัก”ปีติพงศ์ ย้ำ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท