
คสช.ยันไม่ใช้มาตรการพิเศษกับกลุ่มนศ.ต้านรัฐประหาร
วินธัย เผย คสช.ไม่ใช้มาตรการพิเศษกับนักศึกษา ต้านรัฐประหาร เน้นทำความเข้าใจ ปฏิเสธเจ้าหน้าที่ ทำร้าย
วินธัย เผย คสช.ไม่ใช้มาตรการพิเศษกับนักศึกษา ต้านรัฐประหาร เน้นทำความเข้าใจ ปฏิเสธเจ้าหน้าที่ ทำร้าย
เวลา 10.30 น. วันที่ 23 พ.ค. พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และโฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกลุ่มนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่างๆ หลังจากครบรอบการทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า ทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลในแต่ละพื้นที่ก็ได้พยายามทำความเข้าใจ และใช้วิธีการขอความร่วมมือและหมั่นทำความเข้าใจกับกลุ่มนักศึกษา ที่ผ่านมาพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคสช. ได้เน้นย้ำในส่วนของทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดว่าการดำเนินการกับนักศึกษาที่ยังเป็นเยาวชนจะต้องใช้วิธีการทำความเข้าใจและขอความร่วมมือเป็นหลัก เพราะมองว่ากลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวยังอยู่ในวัยการศึกษา ส่วนที่มีการเผยแพร่ภาพทางโซเชียลมีเดียว่าเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายนักศึกษานั้น ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำร้ายนักศึกษาแต่อย่างใด ขอให้ประชาชนระมัดระวังการรับข้อมูลข่าวสาร และขอเตือนผู้ไม่หวังดีที่เผยแพร่ภาพและข้อความใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ด้วย
เมื่อถามว่าทางคสช. จะใช้มาตรการพิเศษ เพื่อดำเนินการกับกลุ่มนักศึกษาที่ยังไม่เข้าใจ และจะมีการเชิญตัวมาปรับทัศนคติหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ทางคสช.จะไม่ใช้มาตรการพิเศษในการดำเนินการ เพราะต้องระมัดระวัง เนื่องจากอาจมีการสร้างเรื่องต่างๆ ให้เกิดเป็นประเด็น สำหรับกรณีการปรับทัศนคตินั้นก็คงไม่มี เพราะที่ผ่านมาทางนักศึกษาก็พยายามทำความเข้าใจร่วมกันอยู่ แต่บางอย่างถ้าผิดกฎหมายก็จะต้องเชิญตัวไปโรงพัก เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติมและขอความร่วมมือ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะพยายามไม่ตั้งข้อกล่าวหา
เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มพลเมืองโต้ กลับฟ้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กับพวกรวม 5 คน ในฐานะความผิดเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา113 และมาตรา114 กรณีร่วมกันยึดอำนาจ เมื่อวันที่22 พ.ค.2557 พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เขาดำเนินการในเชิงสัญลักษณ์เพื่อทำกิจกรรมของเขา สิ่งใดก็ตามที่ผิดกฎหมายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการ แต่ขออย่ามีการรวมตัวกันเพื่อชุมนุมทางการเมือง และอย่าฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะไม่เช่นนั้นทางเจ้าหน้าที่จะต้องใช้ดุลยพินิจในการดำเนินการตามขั้นตอนกรอบกฎหมาย







