posttoday
จีนพักปฏิรูปศก. เข้าโหมดอัดฉีดเต็มกำลัง

จีนพักปฏิรูปศก. เข้าโหมดอัดฉีดเต็มกำลัง

22 พฤษภาคม 2558

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีเช่นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจีนจำเป็นต้องพักโครงการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไว้ก่อน และต้องหันมาให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น เนื่องจากการปฏิรูปโครงสร้างเข้าไปกีดขวางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้รัฐบาลจีนจะพยายามใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินและเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน กระนั้นเศรษฐกิจจีนกลับไม่ตอบสนองต่อนโยบายกระตุ้นอย่างที่คาด

ยืนยันได้จากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) เบื้องต้นของธนาคารเอชเอสบีซีเมื่อเดือน พ.ค. ตกลงมาอยู่ที่ระดับ 49.1 จุด หมายความว่าภาคการผลิตของจีนกำลังหดตัว ซึ่งนอกจากจะต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 49.3 จุด แล้วพีเอ็มไอจีนยังหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 แล้วอีกด้วย

รัฐบาลจีนเริ่มประกาศการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเมื่อช่วงต้นปี 2014 ที่ผ่านมา โดยจะปรับจากโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเน้นพึ่งพาการลงทุน หันมาเป็นการพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศ พูดอีกนัยหนึ่งคือรัฐบาลจีนจะยุติการโหมกระตุ้นเศรษฐกิจและปล่อยให้เติบโตอย่างที่ควรจะเป็น

เนื่องจากรัฐบาลเล็งเห็นว่า การใช้การลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้นไม่มีความยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ การพึ่งพาการลงทุนมานานก่อให้เกิดปัญหาเรื้อรังในเศรษฐกิจจีน ทั้งปัญหาความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดฟองสบู่ในอสังหาริมทรัพย์ และปัญหาหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่นที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยสถาบันการเงินแมคคินซีย์ประเมินว่าจีนมีสัดส่วนหนี้ทั้งประเทศสูงถึง 282% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

อย่างไรก็ตาม หลังจากประกาศปฏิรูปเศรษฐกิจปรากฏว่า สภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่สามารถปรับตัวตามได้ทัน ประกอบกับเป็นช่วงเดียวกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียมใช้นโยบายทางการเงินอย่างเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะทุนไหลออกจากจีน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้จีนขาดแคลนสภาพคล่องด้านสินเชื่อ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้เกิดภาวะชะงักงันในภาคอสังหาริมทรัพย์ มีรายงานว่าการขาดแคลนสภาพคล่องทำให้เกิดสภาพ “เมืองผี” (Ghost Town) ขึ้นในหลายมณฑล คือมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่ถูกทิ้งร้างมากมาย นักวิเคราะห์ของสื่อตะวันตกวิเคราะห์ว่าภาวะดังกล่าว หมายถึงฟองสบู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์แตกไปเรียบร้อยแล้ว แม้รัฐบาลจีนจะไม่ยอมรับก็ตาม

ภาวะขาดแคลนสภาพคล่องทางด้านสินเชื่อยังบีบให้ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายถึง 3 ครั้ง นับตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา พีบีโอซีประกาศปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้อีก 0.25% เป็น 5.1% และลดดอกเบี้ยเงินฝากลงเหลือ 2.25%

ขณะที่การสำรวจความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์ก พีบีโอซีมีโอกาสที่จะปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้อีก 0.25% ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยเงินกู้ลงไปอยู่ที่ 4.85% ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงในปีนี้พีบีโอซีจะลดดอกเบี้ยไปแล้วถึง 0.75%

นอกจากนี้ พีบีโอซียังปล่อยกู้ให้แก่ธนาคารรายใหญ่ของจีนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องด้านสินเชื่อมาแล้วหลายรอบอีกด้วย

ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งปัญหาหลักอีกอย่างของเศรษฐกิจ คือ กรณีการบริโภคภายในประเทศเติบโตไม่ทันพอที่จะทดแทนแรงขับเคลื่อนจากการส่งออกได้ ยืนยันได้จากอัตราการนำเข้าของจีนซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการบริโภคภายในประเทศปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องโดยเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ปรับตัวลงไปถึง 16.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ในเดือนเดียวกัน การส่งออกซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของประเทศก็ปรับตัวลดลงถึง 6.4% ซึ่งแน่นอนว่ากรณีนี้เป็นสัญญาณชัดเจนถึงความเสี่ยงว่า การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปีนี้อาจจะโตไม่ถึง 7% ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง จะออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า จีนจะผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตตามเป้าได้อย่างแน่นอนก็ตาม

ทั้งนี้ นับตั้งแต่จีนประกาศปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ทางรัฐบาลก็ได้เพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลในการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมาแล้วหลายโครงการเช่นกัน

นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังอนุญาตให้บรรดาบริษัทระดมทุนของรัฐบาลท้องถิ่น (แอลจีเอฟวี) สามารถเข้าถึงตลาดทุนได้อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยสั่งห้ามมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว เพื่อตัดการขยายตัวของหนี้รัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งในทางกลับกันก็ทำให้สภาพคล่องของตลาดตราสารหนี้ในจีนหายไปด้วยเช่นกัน

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่า ขณะนี้แม้รัฐบาลจีนจะยังยืนยันในเป้าหมายการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ แต่ในทางปฏิบัติรัฐบาลจำเป็นต้องพักโครงการปฏิรูปไว้ชั่วคราวและหันมาเอาจริงเอาจังกับการกระตุ้นเศรษฐกิจให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

แน่นอนว่า การปฏิรูปเศรษฐกิจย่อมทำให้เกิดผลดีในระยะยาว แต่ที่สำคัญคือรัฐบาลจีนจำเป็นต้องทำให้เศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งเสียก่อน เพื่อให้พร้อมรับ “ยาแรง” ที่ชื่อว่าการปฏิรูป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท