
บิดเบือน
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในขณะนี้หลายๆ อย่างค่อนข้างจะผิดไปจากที่คาดการณ์มากครับ นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจสหรัฐที่ไม่แข็งแกร่งจริง และดูเหมือนว่าในขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่ไม่นอนของสหรัฐกำลังทำให้ธนาคารกลางสหรัฐต้องชะลอแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป โดยในรายงานการประชุมครั้งล่าสุดนั้น ดูเหมือนว่าธนาคารกลางสหรัฐจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในช่วงกลางปีนี้ตามที่คาดกันไว้ก่อนหน้าอย่างแน่นอนครับ
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในขณะนี้หลายๆ อย่างค่อนข้างจะผิดไปจากที่คาดการณ์มากครับ นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจสหรัฐที่ไม่แข็งแกร่งจริง และดูเหมือนว่าในขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่ไม่นอนของสหรัฐกำลังทำให้ธนาคารกลางสหรัฐต้องชะลอแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป โดยในรายงานการประชุมครั้งล่าสุดนั้น ดูเหมือนว่าธนาคารกลางสหรัฐจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในช่วงกลางปีนี้ตามที่คาดกันไว้ก่อนหน้าอย่างแน่นอนครับ
นั่นเป็นเพราะว่านอกเหนือจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐหลายๆ ประการจะไม่สู้ดีนัก ยังมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาผสมโรงอีกด้วย เช่น ราคาน้ำมันที่ตกต่ำลงซึ่งฉุดให้ดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภค หรือดัชนีเงินเฟ้อของสหรัฐตกต่ำลง ซึ่งแน่นอนว่าปัจจัยทางด้านราคาน้ำมันนั้น ถือเป็นปรากฏการณ์ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของหลายๆ ฝ่ายครับ
นอกจากนั้น ปรากฏการณ์ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายเช่นเดียวกัน และการแข็งค่าขึ้นนั้นกำลังเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจสหรัฐอย่างมาก เนื่องจากภาคเอกชนสหรัฐมีความเสี่ยงต่อผลกำไรที่อาจจะลดลงจากความเสียเปรียบในอัตราแลกเปลี่ยนผลกำไรในสกุลเงินต่างประเทศกลับมาเป็นเงินเหรียญสหรัฐครับ
ทั้งสองปัจจัยดังกล่าว นับได้ว่าเกิดจากการกระทำที่ทำให้เกิดความบิดเบือนไปทั้งราคาน้ำมันและค่าเงินครับ
แน่นอนว่าราคาน้ำมันนั้น กำลังตกอยู่ในเกมสงครามราคา ระหว่างกลุ่มโอเปกและผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐ ที่โอเปกพยายามกดให้ราคาน้ำมันต่ำลงเพื่อทำลายการผลิตน้ำมันเชลออยล์ที่กำลังเฟื่องฟูอยู่ในสหรัฐ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นนั้นได้ทำให้ราคาน้ำมันตกต่ำทั่วโลก และฉุดให้ดัชนีเงินเฟ้อของหลายประเทศทั่วโลกตกต่ำลง และมีความเสี่ยงสูงยิ่งที่ภาวะเงินเฟ้อตกต่ำนี้จะลุกลามกลายเป็นภาวะเงินฝืดได้ในอนาคต
ขณะที่ในเรื่องของค่าเงิน ต้องยอมรับว่าในขณะนี้โลกตกอยู่ในภาวะของสงครามค่าเงิน ที่แต่ละประเทศเขตเศรษฐกิจหลักๆ ของโลกนั้นต่างแทรกแซงกดค่าเงินผ่านการใช้นโยบายคิวอีเพื่อหวังผลให้ค่าเงินอ่อนลงสร้างความได้เปรียบในตลาดโลกครับ
ไม่ว่าจะสหรัฐเองในระยะที่ใช้คิวอีก่อนหน้านี้มาตั้งแต่ปี 2009 นั้น ก็ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงอย่างหนัก ตามมาด้วยอังกฤษ ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งกลุ่มยูโรโซน ก็เริ่มใช้คิวอีบ้างแล้วเช่นกัน ซึ่งทำให้ค่าเงินเหล่านี้อ่อนตัวลงไปตามๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่นนั้นเห็นได้ว่ามีความตั้งใจใช้ “คิวอี” เพื่อกดค่าเงินเยนอย่างชัดเจนครับ
ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลกเหล่านี้ ล้วนแต่เกิดขึ้นจากความบิดเบือนโดยฝีมือของเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ที่หวังผลทางเศรษฐกิจ ซึ่งอีกนานครับกว่าที่ทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง หรือหากเลวร้ายสุดๆ เศรษฐกิจโลกก็จะตกอยู่ในภาวะบิดเบือนเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ครับ







