
ครบรอบ 1 ปี คสช.
การก่อรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ซึ่งเวียนมาครบรอบ 1 ปีในปีนี้ พอจะสะท้อนได้เป็นอย่างดีว่าการยึดอำนาจไม่อาจเป็นตัวชี้วัดว่ากองทัพสามารถนำพาสังคมไทยไปสู่การแก้ปัญหาในแต่ละด้านได้อย่างยั่งยืน
การก่อรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ซึ่งเวียนมาครบรอบ 1 ปีในปีนี้ พอจะสะท้อนได้เป็นอย่างดีว่าการยึดอำนาจไม่อาจเป็นตัวชี้วัดว่ากองทัพสามารถนำพาสังคมไทยไปสู่การแก้ปัญหาในแต่ละด้านได้อย่างยั่งยืน
แม้วันนี้จะมีประชาชนจำนวนหนึ่งพึงพอใจที่ประเทศไทยไม่มีเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรงเหมือนช่วงก่อนการเข้ายึดอำนาจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ยังเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นหลายครั้งหลายเหตุการณ์ และยังไม่สามารถหาหลักฐานจนนำไปสู่การจับกุมลงโทษผู้ลงมือก่อเหตุอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง
ผลการสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อาจจะได้คำตอบลวงๆ ว่า ประชาชนคนไทยมากถึง 49.44% มีความสุขเพิ่มขึ้นหลัง คสช.เข้ามาบริหารประเทศ แต่โพลก็คือโพลที่สอบถามความเห็นประชาชนมาเพียงพันกว่าคน ซึ่งไม่ได้สะท้อนภาพความต้องการที่แท้จริงของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ
สัญญาประชาคมของ คสช. คือ การขอเวลาอีกไม่นานจะคืนความสุขให้ประชาชน อีกทั้งได้กำหนดโรดแมปการอยู่ในอำนาจไว้ชัดเจนว่าจะส่งมอบรูปแบบการปกครองตามครรลองเมื่อถึงเวลา ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามสัญญาที่ให้ไว้ คสช.ควรได้ทบทวนบทเรียนการทำหน้าที่ในช่วงที่ผ่านมาให้แจ่มชัด
คณะรัฐประหารควรตั้งคำถามว่าได้คืนความสุขให้สังคมไทยได้อย่างแท้จริงแค่ไหน เป้าหมายลดความขัดแย้งและการสร้างการปรองดองสมานฉันท์เกิดขึ้นแล้วจริงหรือ ช่วง 1 ปีที่ผ่านมาคนในสังคมได้คลี่คลายทัศนคติอันเป็นต้นตอของความขัดแย้งต่างไปจากสถานการณ์ก่อนการยึดอำนาจแค่ไหน
สถานการณ์เช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมีความพร้อมสำหรับการคืนความเป็นประชาธิปไตยกลับสู่สังคมการเมืองได้แล้วหรือไม่ ประเด็นที่ คสช.ได้รวบรวมเป็นปัญหาหลักขัดขวางการพัฒนาประเทศได้รับการแก้ไขไปมากน้อยแค่ไหน ทิศทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสมจริงหรือไม่
นอกจากนี้ ใช่หรือไม่ว่านโยบายและคำสั่งของหัวหน้า คสช. เกื้อหนุนให้ปัญหาการทุจริตในแวดวงข้าราชการลดน้อยลง ภาคเอกชนเกรงกลัวการจ่ายใต้โต๊ะ การปฏิรูปตำรวจมีความคืบหน้า ความเหลื่อมล้ำรายได้ประชากรได้รับการแก้ไข ประชาชนกินดีอยู่ดีขึ้น การกระจายการถือครองที่ดินทำกินเป็นไปอย่างก้าวหน้า ปัญหายาเสพติดคลี่คลายจนเป็นที่พอใจ ฯลฯ
หากปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างที่ควรจะเป็น คสช.ควรต้องปฏิรูปการทำหน้าที่ตัวเองเสียใหม่ เพื่อให้การเดินหน้าประเทศเป็นไปตามที่ได้ประกาศไว้ โดยการกำหนดระยะเวลาที่แน่ชัดให้สังคมได้มั่นใจว่าการหลอมรวมพลังขับเคลื่อนประเทศหลังจากนี้จะเกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมากขึ้น
ไม่เช่นนั้นการคงอยู่ของ คสช. ที่ไม่มีความแน่นอน มาตรการการแก้ปัญหาที่ไม่มีประสิทธิภาพ จะตอกย้ำการเข้ามาของ คสช. ว่าไม่ต่างอะไรจากรัฐประหารที่แล้วมา







