
กกต.ห่วงกจต.จัดเลือกตั้งหวั่นชาติถอยหลังเข้าครอง
"สมชัย" ลั่น 4 ข้อ ยกระดับเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ ย้ำ กกต. ไม่หวงอำนาจ หาก กจต. จัดเลือกตั้ง แต่หวั่นชาติถอยหลังเข้าครอง กลับสู่การเมืองก่อน ปี 40
"สมชัย" ลั่น 4 ข้อ ยกระดับเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ ย้ำ กกต. ไม่หวงอำนาจ หาก กจต. จัดเลือกตั้ง แต่หวั่นชาติถอยหลังเข้าครอง กลับสู่การเมืองก่อน ปี 40
วันที่ 22 พ.ค. ณ โรงแรมชลจันทร์ พัทยา รีสอร์ท จ.ชลบุรี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขณะการแถลงข่าวเกี่ยวกับการรองรับอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า โจทย์คือการเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพจะเป็นอย่างไร และการเลือกตั้งแบบใหม่ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งการเลือกตั้ง 4 ประการ 1. ผู้เลือกตั้งต้องเลือกอย่างมีเหตุผลและมีวิจารณญาณในการกลั่นกรอง คัดเลือกนักการเมืองที่ดีมีคุณภาพเข้าทำงานสู่บ้านเมือง 2. นักการเมืองจะต้องใช้การเลือกตั้งเป็นกลไกเสนอนโยบายแนวคิดและต่อสู้กันด้วยคุณสมบัติ คุณงามความดี และความรู้ความสามารถ ไม่ทุจริตซื้อเสียง 3. ฝ่ายการจัดการการเลือกตั้ง คือ กกต. ต้องเป็นผู้จัดการเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม จะทำอย่างไรให้ผู้ใช้สิทธิได้ใช้สิทธิอย่างเต็มที่ การทุจริตลดน้อยลงหรือหายไป 4. ประชาสังคม องค์กรเอกชน สมาคมวิชาชีพในบ้านเมือง มีส่วนช่วยในการสร้างการเลือกตั้งที่ดี การร่วมรณรงค์และเป็นหูเป็นตาป้องกันการทุจริต ฉะนั้นถ้ามี 4 ประการ ครบถ้วนจะทำให้การเลือกตั้งเกิดประสิทธิภาพ
นายสมชัย กล่าวอีกว่า คำถามต่อมาคือรัฐธรรมนูญใหม่ตอบโจทย์เหล่านี้หรือไม่ ซึ่งรัฐธรรมนูญมีการเปลี่ยนแปลงหลายประการ ที่จะนำคนดีมีความสามารถเข้าสู่การเมือง นี่คือการคิดของคณะกมธ.ยกร่างฯ ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนผสม โอเพ่นลิสต์ คณะกรรมการคัดกรอง สว. กจต. เหล่านี้คือนวัตกรรมในการนำคนที่ดีเข้าสู่การเมือง ประเด็นเหล่านี้จะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน อย่างไรก็ตามไม่ว่าคณะกมธ.ยกร่างฯ จะออกแบบอย่างไร กกต. จัดการเลือกตั้งได้ เช่น การนับคะแนนโอเพ่นลิสต์ การคัดกรอง สว. ก่อน หรือการลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น อย่างไรก็ตามปัญหาที่ผ่านมา 17 ปี กกต. เห็นปัญหาหลายเรื่อง ซึ่ง กกต. อยากเสนอไปยังคณะกมธ.ยกร่างฯ ถ้ายังดำเนินการอย่างนี้เป็นปัญหา
อย่างไรก็ตามข้อเสนอของ กกต. จำแนกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. ผลที่จะเกิดการเมืองไทย และ 2. ผลที่จะมีต่อระบบการเลือกตั้ง โดยกลุ่มแรกมีความกังวลมากกว่า กกต. มีความรู้สึกอยากให้ประเทศเดินไปในทางที่ดี ไม่เสียของ อยากทำให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่วนกลับที่เดิม สัญญาณที่ กกต. เตือนไปยังคณะกมธ.ยกร่างฯ ไม่รับฟังไม่เป็นไร แต่ข้อสำคัญที่สุด คือ กลุ่มการเมือง ประเด็นนี้คือการดึงการเมืองไทยเข้าสู่การเมืองก่อนปี 40 คือ สส. เป็น สส. อิสระได้ การกำหนดโอเพ่นลิสต์ทางเทคนิคคือบัตรเลือกตั้งขนาดใหญ่ แต่ในทางการเมืองจะเกิดการทุจริตและการต่อรองผลประโยชน์เกิดขึ้น การลงคะแนนเสียงในสภาคือการซื้อเสียงในสภาฯ ขณะที่ฝ่ายหนึ่งคิดว่า ระบบแบบนี้จะทำให้การเมืองใหญ่อ่อนลง
ส่วนประเด็น กจต. คณะกรรมการ กกต. ไม่ได้หวงอำนาจของตนเอง เพราะ กกต. ทำงานน้อยลงและมีคนรับหน้าเสื่อแทน สิ่งที่จะตามมาคือการเลือกตั้งกลับไปสู่ข้าราชการ ดังเช่นการเลือกตั้งก่อนปี 40 คิดหรือว่าการจัดการเลือกตั้งเกิดความสุจริตเที่ยงธรรมและจัดการเลือกตั้งได้ดีแล้ว นอกจานั้นแล้วการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ถ้าคณะกมธ.ยกร่างฯ ยืนยันว่าจะนำมาใช้ กกต. สามารถดำเนินการได้ แต่คณะกมธ.ยกร่างฯ ต้องยอมรับว่าจะมีการนับคะแนน 3 วัน ประชาชนเกิดความสับสน และกระบวนการมีความยุ่งยาก ฯลฯ







