
กมธ.ฯท้าดวลประชามติ
กรรมาธิการยกร่างฯ แนะประชาชนลงประชามติเลือกรัฐธรรมนูญสู่การเปลี่ยนแปลงหรือกลับไปรอวันอัปบาง
กรรมาธิการยกร่างฯ แนะประชาชนลงประชามติเลือกรัฐธรรมนูญสู่การเปลี่ยนแปลงหรือกลับไปรอวันอัปบาง
นายคำนูณ สิทธิสมาน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) กล่าวในเวทีการเผยแพร่ให้ความรู้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่คณะ กมธ.วิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จัดขึ้นที่ จ.อุบลราชธานี ว่า การลงประชามติอยู่ที่ประชาชนจะตัดสินใจ ถ้าเอาก็ใช้รัฐธรรมนูญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เอาก็ไม่เป็นไรก็กลับไปสู่สภาพเหมือนประเทศที่เป็นเรือไททานิคที่ชนภูเขาน้ำแข็ง ที่ลอยคออยู่รอดไปวันๆ รอวันอับปาง
ขณะที่ นายประชา เตรัตน์ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า ถ้าจะชี้แจงเรื่องร่างรัฐธรรมนูญให้ทั่วถึงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี ถ้าให้แค่ 90 วันจะกลายเป็นเหยื่อนักการเมืองที่มีระบบการจัดตั้งที่จะกำหนดว่าเอาไม่เอา แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวของ สนช. และ ครม. ที่จะให้เวลา 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องทำให้เสร็จก่อนในเดือนส.ค. เพื่อให้มีกฎหมายรองรับก่อนที่ สปช.จะเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 ส.ค. และการทำประชามติต้องกำหนดคำถามไว้มากกว่ารับหรือไม่รับร่างเท่านั้น
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เท่าที่รับฟังเหมือนมีคนไม่ค่อยแน่ใจว่าจะมีประชามติหรือไม่ แต่การที่อุตส่าห์ลงทุนลงแรงจนแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เปิดทางไปแล้ววิญญูชนควรจะเข้าใจได้ว่าจะเดินไปในทิศทางนั้น
"ขอให้รู้ไว้เถอะว่าที่ลงทุนมาขนาดนี้เพื่อนำไปสู่ประชามติ อย่าระแวงอะไรเลย ถือเป็นการปลดล็อกความรู้สึกของประชาชนและเป็นการแสดงเจตนาที่จะไปสู่จุดนั้นจริงๆ เพราะไม่มีเหตุอะไรหรอกที่จะมาขัดขวางเรื่องนี้ เว้นเสียแต่ว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เกิดไปล้มร่างรัฐธรรมนูญก่อนจะไปไม่ได้เท่านั้นเอง" นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุยังได้ปฏิเสธข้อเสนอ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ที่ขอให้แก้มาตรา 44 เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ไม่ให้ทำลายรากฐานประชาธิปไตยว่าคงไปตัดไม่ได้ เพราะมีไว้แก้ปัญหาอะไรบางอย่างและไม่ได้ใช้พร่ำเพรื่ออยู่แล้ว







