
อัดงบ6พันล.ปั้นเขตเศรษฐกิจ
รัฐอัดงบปี 2559 กว่า 6,400 ล้านบาท ปั้นเขตเศรษฐกิจ ย้ำเดือน ต.ค.นี้เห็นแผนลงทุนชัด
รัฐอัดงบปี 2559 กว่า 6,400 ล้านบาท ปั้นเขตเศรษฐกิจ ย้ำเดือน ต.ค.นี้เห็นแผนลงทุนชัด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างแถลงงบประมาณประจำปี 2559 ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ว่า ในปี 2559 รัฐบาลได้จัดงบประมาณ 6,405.6 ล้านบาท สำหรับการบูรณาการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยจะมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นหน่วยงานกลางประสานกับ 10 กระทรวง และ 26 หน่วยงาน
ทั้งนี้ พื้นที่ชายแดนที่มีศักยภาพในพื้นที่เป้าหมาย ระยะแรก 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ตาก มุกดาหาร สระแก้ว ตราด สงขลา หนองคาย ระยะต่อไป 5 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงราย นครพนม กาญจนบุรี นราธิวาส บึงกาฬ
ด้านการดำเนินการที่สำคัญ คือ การสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศในเขตเศรษฐกิจพิเศษ พัฒนาการค้าชายแดนและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้า รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ทางหลวงและสะพาน ก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกคลองใหญ่ พัฒนาท่าอากาศยานแม่สอด เป็นต้น
“การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้มีขึ้นเพื่อให้มีพื้นที่เศรษฐกิจในชายแดน แรงงานเพื่อนบ้านจะได้ไม่ไหลสู่ส่วนกลาง ต้องสนับสนุนให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเดือน ต.ค.นี้ จะต้องเห็นการลงทุนเป็นรูปธรรมแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ คสช. กล่าวในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ได้มอบหมายให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ไปจัดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 6 คลัสเตอร์
ทั้งนี้ สศช.ชี้แจงว่าในการแบ่งพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามศักยภาพของจังหวัด อาจแบ่งได้เป็น 4 คลัสเตอร์ ได้แก่ 1.คลัสเตอร์ฐานการผลิตสินค้าไอที (IT Base) จังหวัดที่มีศักยภาพ เช่น จ.นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา 2.คลัสเตอร์การผลิตข้าว (Rice Base) ได้แก่ จ.ยโสธร และร้อยเอ็ด 3.คลัสเตอร์ส่งเสริมภาคบริการ และนวัตกรรมภาคบริการ (Service Innovation) ได้แก่ จ.ปทุมธานี และ 4.คลัสเตอร์การส่งเสริมการท่องเที่ยว (Tourism Free Zone) ได้แก่ จ.ภูเก็ต และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี







