
"บิ๊กป้อม"ถกอินโดแก้โรฮีนจา-ประมงผิดกม.
ประวิตร เยือนอินโดนีเซีย หารือ รมว.กลาโหม 2 เรื่องสำคัญ แก้ปัญหาโรฮีนจา การทำประมงผิดกฏหมาย
ประวิตร เยือนอินโดนีเซีย หารือ รมว.กลาโหม 2 เรื่องสำคัญ แก้ปัญหาโรฮีนจา การทำประมงผิดกฏหมาย
วันที่ 21 พ.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย โดยได้เยี่ยมคำนับและได้หารือกับพล.อ.ไรอามิซาร์ด ไรอาซูดู (Ryamizard Ryacudu) รัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย และคณะ ถึงความร่วมมือทางทหารและความมั่นคงร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะยกระดับความร่วมมือของกระทรวงกลาโหม ทั้งสองประเทศให้มีความแนบแน่นและเป็นรูปธรรมมากขึ้น และได้ลงนามความตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ ว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ โดยมีขอบเขตครอบคลุมในเรื่องต่างๆประกอบด้วย
1.การจัดการหารือร่วมกันในระดับยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศและด้านการทหาร
2.การแลกเปลี่ยนข่าวสารด้านการป้องกันประเทศ
3.การแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน
4.การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างเหล่าทัพ
5.ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
6.ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล
7.ความร่วมมือด้านอื่นๆ
นอกจากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้หารือถึงความร่วมมือที่กระทรวงกลาโหมทั้งสองประเทศจะร่วมกันสนับสนุนผลักดันการแก้ปัญหาที่สำคัญ ใน 2 เรื่องคือ
1.การโยกย้ายถิ่นฐานของชาวโรฮีนจา โดยหารือร่วมกันถึงการช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม พร้อมทั้งได้เชิญอินโดนีเซียเข้าร่วมหารือการแก้ปัญหา ที่ไทยโดยกระทรวงต่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใน 29 พ.ค.58
2.ปัญหาการทำประมงผิดกฏหมาย รัฐบาลไทยกำลังเร่งดำเนินการแก้ปัญหาให้ถูกต้องตามกฏหมายสากลทั้งเรื่องการรายงาน การจดทะเบียนและการควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือประมงไทยที่ทำผิดกฏหมายในน่านน้ำอินโดนีเซียและมีแรงงานไทยถูกจับกุมอยู่ปัจจุบัน โดยประเทศไทยประสงค์ที่จะช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยที่ติดค้างให้สามารถกลับไทยได้ทั้งหมด จึงขอให้กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย ช่วยประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผลักดันการแก้ปัญหาโดยตั้งเป็นคณะกรรมการร่วมกันทั้งสองฝ่ายเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรับที่จะไปประสานหารือกับส่วนราชการภายในอซ.เพื่อหาแนวทางให้ความช่วยเหลือลูกเรือประมงที่ติดค้างให้สามารถกลับประเทศไทยได้ทั้งหมด
โดยในตอนท้าย ได้กล่าวขอบคุณอินโดนีเซียที่เข้าใจและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ในการแก้ปัญหาภายในของประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน







