
พท.จี้คสช.แก้รธน.ชั่วคราวมาตราอื่นด้วยป้องกันข้อครหายื้อเวลา
เพื่อไทยแนะ คสช. แก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตราอื่นด้วย เพื่อป้องกันข้อครหายื้อเวลาหลังจากเปิดช่องทำประชามติ
เพื่อไทยแนะ คสช. แก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตราอื่นด้วย เพื่อป้องกันข้อครหายื้อเวลาหลังจากเปิดช่องทำประชามติ
นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ครม.และคสช.มีมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อเปิดช่องให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถือเป็นการลดกระแสกดดันของสังคม หลังมีเสียงเรียกร้องออกมาจำนวนมาก แต่เห็นว่าเมื่อจะแก้ไขแล้ว ก็ควรแก้ในมาตราอื่นๆด้วย เช่น กรณีที่ระบุว่าหาก สปช. มีมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ให้กมธ.ยกร่างฯ และ สปช.ชุดปัจจุบันสิ้นสภาพ จากนั้นจึงตั้งกมธ.ยกร่างฯชุดใหม่ขึ้นมาดำเนินการ โดยขอให้แก้ไขให้กระบวนการแล้วเสร็จภายใน1 เดือน ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่เหมือนที่บัญญัติไว้ในขณะนี้ โดยอาจจะพิจารณาเลือกข้อดีของรัฐธรรมนูญปี2540 และ 2550 และร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ทำกันอยู่ มาเป็นหลักในการจัดทำ และเช่นเดียวกันหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ผ่านประชามติ จะต้องมีทางเลือกที่ชัดเจนให้กับประชาชน เช่น ตั้งกมธ.ยกร่างฯใหม่ หรือ เลือกใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 หรือ 2550 เป็นต้น นอกจากนี้ต้องกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องการยื้อเวลา ซึ่งหากเขียนเช่นนี้จะทำให้ประเห็นอนาคตประเทศ
“การที่ คสช. ครม. มีมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อนำไปสู่การทำประชามตินั้น หากวัตถุประสงค์เป็นไปเพื่อแค่ลดกระแสกดดัน ไม่ปรับแก้ส่วนอื่นด้วยนั้น มองว่าเป็นแค่เกมยื้อเวลา แต่หากเจตนาต้องการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่ดี ได้ประชาธิปไตยกลับคืนมาโดยเร็ว ต้องแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อความชัดเจนในเงื่อนไขเวลา และแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตหาก สปช.ไม่เห็นชอบ”นายสามารถกล่าว
ด้าน นายสมคิด เชื้อคง อดีตส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่22พ.ค.ครบรอบ1ปีของการรัฐประหาร ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการใช้กำลังยึดอำนาจไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง แม้คสช.ตั้งใจจะแก้ปัญหาแต่ดูเหมือนเป็นการสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น เห็นได้จากการร่างรัฐธรรมนูญ แทนที่จะเขียนให้สอดคล้องกับสังคมไทยแต่เขียนไปแล้วยิ่งทำให้เกิดปัญหา มองว่า1ปีที่ผ่านมา ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ยังติดกับดักความขัดแย้งต่อไป แม้พยายามเพียงใดก็ยังแก้ไม่ได้ เพราะความขัดแย้งมันฝังรากลึก แม้จะทำให้อีกฝ่ายเงียบไปได้ แต่ลึกๆแล้วความไม่พอใจยังมีอยู่ ซึ่งจะพิสูจน์ได้ตอนมีเลือกตั้ง
นอกจากนี้ปัญหาทางเศรษฐกิจ การจัดทำงบประมาณ2559 เป็นแบบขาดดุล แสดงว่ามีการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐไม่ได้ตามเป้า ต่อไปปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องจะเป็นปัญหาใหญ่ ตามมาด้วยปัญหาทางการเมือง ครบ1ปี ยังเห็นว่าปัญหาทางการเมืองยังคงอยู่ แม้ทำให้อีกฝ่ายเงียบได้ แต่ขณะเดียวกันยังมีการไล่ล่าอยู่ ดังนั้นคณะกรรมการสมานฉันท์ปรองดองต้องเร่งทำเรื่องนี้ แก้เรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นที่ยึดอำนาจมาจะเสียของ พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้อำนาจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องหาคนมาประนีประนอมกับทุกฝ่ายด้วย







