posttoday
"บิ๊กตู่"ย้ำทำงบเพื่อประเทศมั่นคง-ประชาชนมั่งคั่ง

"บิ๊กตู่"ย้ำทำงบเพื่อประเทศมั่นคง-ประชาชนมั่งคั่ง

21 พฤษภาคม 2558

“พล.อ.ประยุทธ์”แจงงบ 59 จำนวน 2.72 ล้านล้านกับสนช.นานกว่า 2 ชม. ย้ำทำงบเพื่อประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง -ย้ำทุก กระทรวง ทบวง กรมต้องโปร่งใส เปิดเผย

“พล.อ.ประยุทธ์”แจงงบ 59 จำนวน 2.72 ล้านล้านกับสนช.นานกว่า 2 ชม. ย้ำทำงบเพื่อประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง -ย้ำทุก กระทรวง ทบวง กรมต้องโปร่งใส เปิดเผย

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. เวลา 10.00 น. มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 วงเงิน 2.72 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ นายสุรชัย ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าขอความกรุณาให้สมาชิกอภิปรายโดยใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะการพาดพิงถึงบุคคลภายนอก เพราะอาจทำให้สมาชิกถูกฟ้องร้องได้ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเข้าสู่วาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ นั้น ที่ประชุมได้มีมติให้ความเห็นชอบพิธีสารเพื่ออนุมัติข้อผูกพันชุดที่ 8 ของบริหารขนส่งทางอากาศภายใต้กรอบการตกลงว่าด้วยการบริหารของอาเซียนด้วยคะแนน 191  งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน 1 ด้วย

จากนั้นเวลา 11.00 น. ได้เข้าสู่การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง ด้านพล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงหลักการและเหตุผลในการจัดทำงบประมาณตอนหนึ่งว่า อยากจะขอให้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับประเทศและสร้างอนาคตใหม่ สำหรับการจัดทำงบประมาณนั้นมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ประเทศไทย พ.ศ. 2558-2563 โดยในปีงบประมาณ 2559 ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ไม่เกิน 2.72 ล้านล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น และเพื่อชดใช้เงินคงคลังจำนวน1.35 หมื่นล้านบาท

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ได้รายงานถึงภาวะเศรษฐกิจทั่วไป และฐานะและนโยบายการคลังการเงินของประเทศว่า  ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2559 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราร้อยละ 3.7-4.7 ใกล้กับการขยายตัวในปี 2558 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจโลก ซึ่งคาดว่าจะทำให้การส่งออกสามารถกลับมาขยายตัวได้มากขึ้น ในขณะที่ราคาสินค้าส่งออกและราคาสินค้าเกษตรสำคัญมีแนวโน้มจะมีเสถียรภาพและเริ่มปรับเปลี่ยนสูงขึ้น รวมทั้งการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มที่จะขยายตัวในเกณฑ์สูงต่อเนื่อง ตามกรอบการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น และการดำเนินโครงการลงทุนที่สำคัญของภาครัฐมีความคืบหน้าและชัดเจนตามลำดับ รวมทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2559 ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญประกอบด้วย แนวโน้มการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของตลาดการเงินสหรัฐฯ และตลาดการเงินโลก การปรับของผู้ผลิตน้ำมันสหรัฐฯ และกลุ่มประเทศโอเปกที่อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าการคาดการณ์ รวมทั้งการใช้นโยบายขยายปริมาณเงินในประเทศยังเป็นปัจจัยกดดันด้านค่าเงินและเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวภาคส่งออก สำหรับเสถียรภาพในปี 2559 คาดว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ในเกณฑ์ต่ำร้อยละ 1.1-2.1 แต่ปรับตัวจากปี 2558 ตามแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลก ทั้งนี้ งบรายจ่ายประจำปี 2559 เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณปี 2558 จำนวน 145,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 โดยวงเงินงบประมาณดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า  การกำหนดนโยบายและแนวทางในการจัดสรรงบประมาณที่สำคัญคือ พิจารณาการใช้จ่ายให้ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน ทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ แหล่งเงินที่กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแล เช่น เงินกู้ เงินรายได้ และเงินสะสม ของหน่วยงาน รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ ยังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย โดยสนับสนุนภารกิจที่มีลำดับความสำคัญและมีความพร้อมของโครงการ รายการในการดำเนินการสูง ตลอดจนนำผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 มาประกอบการพิจารณาจัดสรรงบให้สอดคล้องกัน และเพิ่มเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จึงได้เพิ่มสัดส่วนงบลงทุนคิดเป็นร้อยละ 20 ของวงเงินงบประมาณ โดยรายจ่ายลงทุนของประเทศมีจำนวน543,635.9 ล้านบาท ถือว่าสูงกว่าของปีงบประมาณที่ผ่านมา

“เป็นการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการ 19 เรื่อง เพื่อเชื่อมโยงภารกิจและดำเนินงานของหน่วยงานที่มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์เดียวกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน  อาทิ การเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน งบประมาณ 6,013.7 ล้านบาท  การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จำนวน 1,602.6 ล้านบาท การพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริหารของประเทศ จำนวน 11,543 ล้านบาท การบูรณาการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ งบประมาณ 6,405.6 ล้านบาท  การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน30,550.9 ล้านบาท การจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ งบประมาณ 1,168.8ล้านบาท  การสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ งบประมาณ 467.6 ล้านบาท” นายกรัฐมนตรีกล่าว

แจง 8 ยุทธศาสตร์จัดสรรงบประมาณ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ ประกอบด้วย 8 ยุทธศาสตร์ และรายการค่าดำเนินการภาครัฐดังนี้ 1.ยุทธศาสตร์เร่งรัดวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ จำนวน 247,342.7 ล้านบาท  2.ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งรัฐ จำนวน 240,418.3 ล้านบาท 3.ยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเป็นธรรม จำนวน 222,375.9 ล้านบาท 4.ยุทธศาสตร์การศึกษา สาธารณสุข คุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพชีวิต จำนวน 994,414.6 ล้านบาท  5.ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 71,060.4 ล้านบาท  6.ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม จำนวน 27,335.5 ล้านบาท 7.ยุทธศาสตร์การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จำนวน 9,099.3 ล้านบาท 8.ยุทธศาสตร์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี จำนวน 364,645.7 ล้านบาท  และ9.รายการค่าดำเนินการภาครัฐ จำนวน 543,307.6 ล้านบาท เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายสำหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้ง8 ยุทธศาสตร์ ทุกกระทรวง ทบวง กรม  จะต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ ต้องเปิดเผย และโปร่งใส และะขอเน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญ อาทิ ปัญหาการค้ามนุษย์  ว่าเรื่องผู้อพยพชาวโรฮีนจา ยืนยันว่าจะไม่มีการสร้างศูนย์อพอยพพักพิง จะมีเพียงศูนย์ควบคุมของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเท่านั้น ประชาชนคนไทยอย่าเป็นคนห่วง ขอยืนยันว่าทุกอย่างจะทำเพื่อคนไทยให้ได้ประโยชน์ที่สุด แต่ขณะเดียวกันเราต้องทำตามหลักมนุษยธรรม วันนี้ประเทศในอาเซียนจะต้องไม่ทะเลาะกัน ไทยกับเมียนมาร์ต้องไม่ทะเลาะกัน ต่างฝ่ายต่างจะไม่เข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน แต่เราต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา เราไม่ทะเลาะกับใครทั้งนั้น เพื่อนบ้านเส้นแบ่งเขตแดนต่างๆจะต้องเป็นแบ่งของความร่วมมือ ไม่ใช่เส้นขัดแย้ง   

ลั่นที่ผ่านมา 1 ปีเป็นหนังตัวอย่างหลังจากนี้ฉายจริง   

นายกฯกล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นเรื่อง การปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ของให้สนช.ช่วยดูด้วยต้องนำไปปฏิรูปและขอให้อปท.ทบทวนภารกิจที่รัฐบาลได้มอบให้ อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องอื่น เพราะขั้นตอนกฎมายยังมาไม่ถึง ความเดือดร้อนแต่ละพื้นที่ภายในประเทศไม่เท่าเทียมกัน เราจำเป็นต้องยกระดับให้ใกล้เคียงกันหรือให้เกิดความเท่าเทียมไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังให้เกิดความเสมอภาคเหมือนกันทุกคน ส่วนคนจน เราต้องไม่ทิ้งคนเหล่านั้นเอาไว้ข้างหลัง ขณะที่เรื่องกองทุน เอสเอ็มอี ที่ผ่านมายังไม่มีประสิทธิภาพต้องเข้ามารื้อกองทุนใหม่หมดเพื่อปรับปรุงให้มีความเข้มแข็งและเติบโต พัฒนาธุรกิจสร้างเถ่าแก่ใหม่ ทำแบบเครือข่ายพี่จูงน้อง ขณะที่แผนงานอุตสาหกรรมจะต้องมีธุรกิจ มีโรงงานเกิดขึ้น และรูปแบบนิคมอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อลดคน ลดดการขนส่งเข้าเมืองใหญ่ เป็นการพัฒนาแผนโลจิสติกไปในตัว 

"หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสนช. และหากใครมีอะไรสงสัยก็พร้อมที่จะตอบ ที่ผ่านมา 1 ปีนั้นเป็นแค่หนังตัวอย่าง เพราะเราเสียเวลากับการคัดตัวละคร ไม่ค่อยมีใครให้คัด ไม่ค่อยมีใครอยากมาเสี่ยงกับผม มีแต่มาสมัครเป็นผู้ร้ายเพราะได้ใกล้กับนางเอก ที่ผมพูดวันนี้เป็นแค่หนังตัวอย่างทั้งสิ้น ตั้งแต่ปี 57-59 ส่วนหนังจริงนั้นจะเริ่มหลังจากนี้ และถ้าจะให้ผมมาเริ่มใหม่ ไม่เอาแล้ว วันนี้อย่ามาสงสารผม เพราะผมทำตัวเอง เราถูกคาดหวังและถูกกดดัน ผมก็กดดันมาก ครอบครัวก็กดดัน แต่ก็ทำงานเต็มที่ ขอให้เชื่อว่าไม่มีการเอื้อผลประโยชน์ให้ใคร แต่ก็มีบ้างที่รู้จักกัน แต่อยากให้ดูด้วยว่ารู้จักกันเมื่อไหร่ อย่างไร ขอให้ดูที่พฤติกรรม อย่ามาค้านแค่เพราะรู้จักกับคนนั้นคนนี้เลยไม่ไว้ใจ" นายกฯ กล่าว

“มีคนมาบอกให้ใช้มาตรา 44 เรื่องปรองดองและเรื่องอื่นๆ แต่มันยังไม่เข้าขั้นตอนสักอันเลย เรื่องการโยกย้ายหมุนเวียนข้าราชการก็ทำตามปกติที่สามารถทำได้ ทหารก็ทำแบบนี้ เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่ทำกันเอง แต่ถ้าจะมาบอกว่าให้คัดคนไม่ดีออกทั้งระบบนั้นมันทำไม่ได้ ข้าราชการมี 4 แสนคน ถ้าฟังสื่อก็คงต้องปลดไปร่วม 2 แสนคน แล้วจะเอาพวกนี้ไปไว้ตรงไหน ถ้าจะปลดก็ต้องหาความผิดมาให้ได้ก่อน ส่วนทหารก็มีบ้างที่เมา ที่เกเร แต่ตบหัวไป 2-3 ทีก็รู้เรื่อง ขอให้เชื่อเถอะว่าทหารจริงใจ”นายกรัฐมนตรีกล่าว

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาชี้แจงร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 เป็นเวลา 2 ชั่วโมง 15 นาที โดยตลอดการชี้แจงนั้นพล.อ.ประยุทธ์ได้อ่านเอกสารประกอบด้วยความรวดเร็ว ทำให้ช่วงหนึ่งของการชี้แจงนั้น มีผู้ส่งโน้ตขึ้นมาให้ ทำให้พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาส่งข่าวมาให้ว่า ประชาชนขอให้พูดช้าๆ หน่อย เขาฟังไม่รู้เรื่อง เขาแปลไม่ทัน ต้องขอโทษด้วย ไม่ค่อยได้ออกรายการสด พูดทุกวันก็มีคนเตือน เมื่อเช้าก็มีคนเตือนว่าให้พูดช้าๆ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเอกสารนั้นมีตัวเลขเป็นจำนวนมาก ประกอบกับการที่พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนพูดเร็ว ทำให้บางช่วงพล.อ.ประยุทธ์ถึงกับแสดงอาการเหนื่อยและถอนหายใจอยู่หลายครั้ง โดยพล.อ.ประยุทธ์ยังพูดขึ้นช่วงหนึ่งในระหว่างการชี้แจงด้วยว่า ขอพักเหนื่อยหน่อยนะหายใจไม่ทัน รวมทั้งอยากขออนุญาตนั่งและดื่มน้ำก่อนด้วย ทั้งนี้ สำหรับในช่วงท้ายของการชี้แจงนั้น พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวขอโทษสมาชิกสปช.อีกว่า ต้องขอโทษพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ด้วย ที่บางครั้งตนอาจจะพูดไม่สุภาพไปบ้าง 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท