
2 แบงก์ใหญ่ ลดดอกกู้ ตรึงดอกฝาก
หลังจากการหารือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา จบลงด้วยคำถามของผู้ว่าการ ธปท. ว่าธนาคารพาณิชย์จะส่งผ่านนโยบายการเงินไปยังภาคเศรษฐกิจอย่างไร
หลังจากการหารือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา จบลงด้วยคำถามของผู้ว่าการ ธปท. ว่าธนาคารพาณิชย์จะส่งผ่านนโยบายการเงินไปยังภาคเศรษฐกิจอย่างไร
เมื่อวานนี้ธนาคารใหญ่ 2 แห่ง คือ ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศลดดอกเบี้ยลงทันที โดยธนาคารกสิกรไทยประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ลง 0.13% จาก 6.63% เป็น 6.50% ดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทเบิกเกินบัญชี (เอ็มโออาร์) ลดลง 0.13% จาก 7.50% เหลือ 7.37% และดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อย (เอ็มอาร์อาร์) ปรับลง 0.25% จาก 8.12% เหลือ 7.87% มีผลตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.นี้
ทางด้านธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท โดยดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ ลดลง 0.1% จาก 6.625% เป็น 6.525% เอ็มโออาร์ ลดลง 0.1% จาก 7.5% เป็น 7.4% ส่วนเอ็มอาร์อาร์ลดลง 0.3% จาก 8.12% เป็น 7.82% มีผลตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.นี้เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังลดดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ให้ลูกค้าในกลุ่มสินเชื่อบ้าน 0.3% เหลือ 7.82% เพื่อช่วยลูกค้าผ่านช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น
ทางด้านธนาคารอื่นๆ คาดว่าจะลดดอกเบี้ยตามในเร็วๆ นี้ โดยธนาคารกรุงไทยจะมีการประชุมคณะกรรมการภายในสัปดาห์นี้ เพื่อพิจารณาว่าจะปรับลดดอกเบี้ยตามหรือไม่
บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยเงินกู้ส่งผลกระทบกับรายได้ธนาคารแน่นอนและหุ้นธนาคารก็คงตก แต่ขณะนี้เศรษฐกิจไทยเติบโตไม่ได้เป็นปกติ ทุกฝ่ายพยายามหาทางออกให้ประเทศกลับมามั่งคั่งได้อีกครั้ง เช่น นโยบายการคลัง ทั้งการเร่งรัดงบลงทุน เบิกจ่ายงบประมาณราชการ กระตุ้นการบริโภคเท่าที่จะเป็นไปได้ และช่วยภาคการส่งออกทุกวิถีทาง โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวที่เป็นสินค้าส่งออกประเภทหนึ่ง ก็พยายามกระตุ้นด้วยการยกเลิกกฎอัยการศึก
ทั้งนี้ มาตรการอีกด้านหนึ่งที่กระตุ้นเศรษฐกิจได้คือ นโยบายการเงิน แม้มาตรการการเงินจะเป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่ง ไม่ใช่ยาขนานเอกที่จะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่ทั่วโลกที่มีปัญหาก็พยายามใช้ทิศทางนี้ในการพยุงเศรษฐกิจ
“ระบบธนาคารต้องตามกันบ้าง ไม่ใช่ตื่นเช้ามา ให้ผู้ว่าแบงก์ชาติมา ทวงว่า ทำไมระบบธนาคารพาณิชย์ถึงทำเป็นการตายด้าน ไม่รู้ร้อนรู้หนาว กลายเป็นเรื่องที่ขัดกัน ทั้งที่ควรไปในทิศทางเดียวกัน อย่างวิกฤตเมื่อ 18 ปีที่แล้ว เศรษฐกิจล้มทุกคนตัวลีบธนาคารก็เจ๊ง ผู้ประกอบการก็หาเงินทุนไม่ได้ แต่อย่างน้อยช่วงเวลานั้นเราไม่ขัดกัน หาทางไปด้วยกันได้ เทียบกับตอนนี้แบงก์มั่งคั่งมากมายมหาศาล ทำไมถึงขยับนิดขยับหน่อยไม่ได้” บัณฑูร กล่าว
วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารลดดอกเบี้ยและออกมาตรการช่วยลูกค้าทุกกลุ่มพร้อมกัน จะช่วยให้ลูกค้าสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน พร้อมกับตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทุกประเภท เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ออม
ทั้งนี้ ในไตรมาสแรก 2558 ที่ผ่านมาได้ปล่อยสินเชื่อใหม่กว่า 3 หมื่นล้านบาท ขยายตัวมากกว่า 50% ขณะที่ลูกค้าที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้วเป็นจำนวน 1.7 หมื่นล้านบาท
ฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส (กรุงศรี คอนซูมเมอร์) กล่าวว่า จะหารือกับ ธปท.ถึงรายละเอียดและข้อจำกัด หลังจากที่ ธปท.ขอให้ช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีที่ใช้บัตรเครดิต เพื่อเป็นเงินหมุนเวียนในธุรกิจ เช่น การลดวงเงินผ่อนชำระขั้นต่ำลงจาก 10%
ทั้งนี้ ยอมรับว่าเป็นการยากที่จะแยกแยะกลุ่มลูกค้าว่าใช้จ่ายเพื่อธุรกิจหรือเพื่อส่วนตัว เพราะกรุงศรีไม่มีผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตเพื่อเอสเอ็มอีที่ชัดเจน โดยบัตรเครดิตสำหรับรายย่อยนั้นผู้ถือบางรายอาจเป็นเจ้าของกิจการ แต่ 80% เป็นมนุษย์เงินเดือน จึงต้องขอความชัดเจนว่ากลุ่มใดที่เข้าข่ายหรือเป็นมาตรการที่ใช้กับผู้ถือบัตรทุกราย







