
กกต.คาดทำประชามติร่างรธน. ม.ค.59
“สมชัย ศรีสุทธิยกร” คาดทำประชามติ ม.ค.59 เลือกตั้งส.ค.59 เตรียมขอ คสช.ออกประกาศผ่อนปรนเพื่อให้สามารถรณรงค์ประชามติร่างรธน.ได้
“สมชัย ศรีสุทธิยกร” คาดทำประชามติ ม.ค.59 เลือกตั้งส.ค.59 เตรียมขอ คสช.ออกประกาศผ่อนปรนเพื่อให้สามารถรณรงค์ประชามติร่างรธน.ได้
เวลา 09.00 น. วันที่ 20 พ.ค.ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ มีการสัมมนาโครงการพัฒนาฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศสนับสนุนการดำเนินงานจัดการเลือกตั้งซึ่งเป็นการระดมความเห็นเพื่อพัฒนาเครื่องมือจัดการความเสี่ยงในการเลือกตั้ง รองรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยมีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เป็นประธานมอบนโยบายให้กับผู้อำนวยการกกต.จังหวัดทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ กกต. ตอนหนึ่งว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกด้านเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป เนื่องจากมีความชัดเจนแล้วว่าต้องมี การทำประชามติ โดยคาดว่าน่าจะเป็นเดือนมกราคม 2559 และการเลือกตั้ง ส.ส. น่าจะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม และในเดือนตุลาคมเป็นการเลือกตั้ง ส.ว. ดังนั้นต้องทำให้สังคมเห็นว่า กกต.มีความพยายามทุ่มเทอย่างเต็มที่ให้เกิดการเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ และจัดการเลือกตั้งให้เกิดความน่าเชื่อถือ มีคุณภาพ เป็นมืออาชีพ เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย สุดท้ายพัฒนาเทคโนโลยีรองรับการเลือกตั้งรูปแบบใหม่ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ คือการลงคะแนนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบอื่น ซึ่ง ขณะนี้ กกต.ได้พัฒนาเทคโนโลยีรองรับการเลือกตั้งและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เช่น เว็บไซต์ลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในต่างประเทศแอพพลิเคชั่นดาวเหนือบอกหน่วยเลือกตั้ง และแอพพลิเคชั่นตาสัปปะรด แจ้งเหตุทุจริตเลือกตั้ง ดังนั้นการเปลี่ยนต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม
นายสมชัย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมการทำประชามติว่า เบื้องต้นได้มีการหารือกันในที่ประชุมกกต.ว่าจะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนของการดำเนินการทำประชามติ และการรณรงค์เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งสำหรับการทำประชามติตามความหมายจะต้องมีผู้ไปออกเสียงประชามติมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ คือหากมีประชาชนมีสิทธิออกเสียง 40 ล้านคน ก็จะต้องมีผู้ไปลงคะแนนกว่า 20 ล้านคน ซึ่งเมื่อมีผู้ไปออกเสียงเกินกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว ผลที่ออกมาก็จะใช้เสียงข้างมาก ทั้งนี้ การทำประชามติโดยปกติจะถือว่าเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจของรัฐบาลว่าจะดำเนินการตามผลที่ออกมาหรือไม่ แต่การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ หากมีการทำจริง ผลที่ออกมาถือว่าผูกพันรัฐบาล
นายสมชัย กล่าวอีกว่า หากรัฐบาลจะทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คงต้องออกประกาศอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา เพื่อให้สามารถจัดเวทีแสดงความคิดเห็นได้ และส่วนตัวจะเสนอให้ที่ประชุมกกต.พิจารณาให้องค์กรหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่มีความเห็นต่างและเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญมาจดทะเบียน กับ กกต.เพื่อขอรณรงค์ซึ่งจะเป็นการควบคุมไม่ให้กลุ่มที่ไปรณรงค์มีการเมืองเข้ามาแอบแฝง ทั้งนี้ กลุ่มดังกล่าวจะต้องแสดงที่มา งบประมาณ หรือแนวทางกับ กกต. และบางส่วนอาจของบประมาณสนับสนุนจาก กกต.ในการรณรงค์ได้ด้วย







