
ชาวสกลนครหว่านข้าวลงผืนนาแล้งลุ้นฝนตก
สกลนคร-ชาวนาใกล้ริมทะเลสาบหนองหารยอมเสี่ยงหว่านข้าวลงบนผืนนาแห้ง ลุ้นฝนตก
สกลนคร-ชาวนาใกล้ริมทะเลสาบหนองหารยอมเสี่ยงหว่านข้าวลงบนผืนนาแห้ง ลุ้นฝนตก
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จ.สกลนคร ยังคงขยายวงกว้าง และทวีความรุนแรงเพราะไม่มีฝนตก ทำให้พื้นที่นาส่วนใหญ่ยังคงแห้งแล้ง แต่ชาวนาหลายพื้นที่ ได้เริ่มไถเตรียมดินเพื่อลงมือทำนา โดยเฉพาะชาวนาในพื้นที่ ต.นาแก้ว อ.โพนนาแก้ว ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ริมทะเลสาบหนองหาร ยอมเสี่ยงหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว ลงในแปลงนาที่แห้งไม่มีน้ำขัง ตามวิธีที่เรียกว่า หว่านแห้ง หรือหว่านสำรวย เป็นการหว่านข้าวนาปีของชาวนา โดยหวังว่า จะมีฝนตกลงมาในเร็วๆนี้
ทั้งนี้เกษตรกรจะหว่านตั้งแต่ก่อนฤดูการทำนาช่วงเดือนพ.ค.ของทุกปี ขณะที่ดินยังแห้ง เริ่มจากการไถดินแล้วคราด เตรียมดินเก็บหญ้าและวัชพืชให้ดี ต่อจากนั้นหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวแบบหว่านแห้งในอัตรา 15 กิโลกรัมต่อไร่ จากนั้นคราดกลบอีกครั้ง แต่หากปีใดหลังหว่านข้าวมีฝนตก และน้ำขังเมล็ดข้าวจะเน่า ต้องรอจนดินแห้งคอยหว่านใหม่ ซึ่งจะให้ดีหลังหวานข้าวซัก 7 วัน ค่อยมีฝนตกเมล็ดข้าวจะงอกและเจริญเติบโตดีได้กว่าหญ้าหรือวัชพืชอย่างอื่น การทำนาหว่านข้าวแห้งรอฝนแม้จะเสี่ยงต่อภัยแล้ง แต่ต้นทุนจะต่ำกว่าหว่านดำ เนื่องจากค่าจ้างรายวันเฉลี่ยไร่ละ 2,000-3,000 บาท แต่ถ้าหว่านแห้งจะจ่ายเฉพาะค่าจ้างไถนาไร่ละ 250 บาท และค่าจ้างหว่านข้าวอีกรายละ 300 บาท.







