
แสบตุ๋นลวงโลกปลอมบัตรกู้เงิน
ได้ชื่อว่าเป็นผู้ร้ายปากแข็งเสียอย่าง ถูกตำรวจจับคาดคั้นอย่างไร เพียบพร้อมด้วยพยานหลักฐานแค่ไหนไอ้โจรห้าร้อยมันก็ไม่ยอมรับ
ได้ชื่อว่าเป็นผู้ร้ายปากแข็งเสียอย่าง ถูกตำรวจจับคาดคั้นอย่างไร เพียบพร้อมด้วยพยานหลักฐานแค่ไหนไอ้โจรห้าร้อยมันก็ไม่ยอมรับ
โดย...ธนก บังผล
ได้ชื่อว่าเป็นผู้ร้ายปากแข็งเสียอย่าง ถูกตำรวจจับคาดคั้นอย่างไร เพียบพร้อมด้วยพยานหลักฐานแค่ไหนไอ้โจรห้าร้อยมันก็ไม่ยอมรับหรอก จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งๆ ที่ตำรวจค้นรถเจอหลักฐานมัดตัวมากมาย|มันพูดหน้าตาเฉยเลยว่า “ไม่ใช่ของผม ไม่รู้มาได้ยังไง”
เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว วีระพล เห็นไพวัลย์ อายุ 25 ปี ลูกจ้างชั่วคราว กรมประชาสัมพันธ์ ทำบัตรประชาชนหาย หาอย่างไรก็ไม่เจอ ก็เลยไปทำบัตรใหม่ที่สำนักงานเขตพญาไท
หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีจดหมายติดตามทวงหนี้แจ้งว่าต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ 2 เลขหมายกว่า 7,000 บาท จึงแจ้งไปว่าไม่ได้เปิดใช้เลขหมายดังกล่าว
เท่านั้นยังไม่พอ ไม่นานธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตแห่งหนึ่งได้สอบถามข้อมูลที่มีชื่อไปขออนุมัติสินเชื่อ ทำให้เขายิ่งรู้สึกแปลกใจ เพราะไม่เคยทำธุรกรรมเหล่านี้เลย เมื่อลองติดต่อกับธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต ได้รับแจ้งว่าชื่อของเขาถูกนำไปขออนุมัติสินเชื่อกับสถาบันการเงินหลายแห่ง ทำให้มั่นใจว่าน่าจะมีผู้นำบัตรประชาชนใบเก่าไปใช้ในการทำธุรกรรมการเงินอีกหลายแห่ง
งานเข้าสิครับพี่น้อง เมื่อเช็กหลักฐานลึกลงไปกับธนาคารก็พบว่าชื่อของวีระพลยังยื่นขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้านอีก 1 ล้านบาท มีการทำเอกสารปลอม ใบสลิปเงินเดือนปลอม ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ รายได้ต่อเดือน 3 หมื่นบาท
ฝ่ายป้องกันทุจริตจึงได้ส่งจดหมายเวียนทางอีเมลไปยังจีอี แคปปิตอล เฟิร์สช้อยส์ เซ็นทรัล อีซี่บาย และธนาคารซึ่งอยู่ในเครือข่ายเฝ้าระวังและตรวจสอบการทำธุรกรรมอื่นๆ เพิ่มเติม พร้อมกับเข้าแจ้งความกองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.)
จึงเป็นที่มาของแผนล่อเสือออกจากถ้ำ ซ้ำรอยความโลภของโจรแสบรายนี้ เพราะมีข้อมูลว่ามันได้ขอทำบัตรเครดิตวงเงิน 1 แสนบาทไว้ แน่นอนว่าหลักฐานที่มันเอาไป
ยื่นขออนุมัตินั้นถูกทำปลอมขึ้นมาทั้งสิ้น ทั้งลายเซ็น ทะเบียนบ้าน
ธนาคารทำทีโทร.ติดต่อไปยังคนร้าย บอกว่าธนาคารอนุมัติบัตรเครดิตวงเงินสูงให้แล้ว จึงอยากจะนัดหมายสถานที่มอบบัตรให้ ปรากฏว่าโจรหลงกล บอกให้เจ้าหน้าที่นัดส่งมอบที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) อ้างที่ต้องนัดเจอที่นี่เพราะ|มีอบรมข้าราชการ โดยหารู้ไม่ว่าความน่าเชื่อถือของตัวเองกลายเป็นมุขตลกลวงโลกไปแล้ว
แผนอันแนบเนียนดำเนินไปจนเจอตัวคนร้ายเจ้าหน้าที่ธนาคารทำทีสอบถามว่าใช่ วีระพล เห็นไพวัลย์ หรือไม่ มันตอบทันทีว่า “ใช่” เจ้าหน้าที่ธนาคารส่งสัญญาณให้ตำรวจจับกุมทันที แต่ไม่วายอ้างว่าเป็นตำรวจอีก พอขอให้แสดงบัตรมันบ่ายเบี่ยงและทำท่าว่าจะหนี และ “สู้”
คนร้ายรายนี้ชื่อจริงคือ วาติณ วิวัฒน์จิรกาล อายุ38 ชาว จ.นนทบุรี เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเมื่อตำรวจค้นรถมันบอกว่ารถคือชีวิต ใช้ชีวิตอยู่ในรถ มีทั้งเอกสาร เสื้อผ้า ทุกอย่างอยู่ในรถ
แต่สุดท้ายรถยี่ห้อโฟล์คสวาเกน สีดำ ทะเบียน2ษ 8640 กทม. ก็ถูกเปิดค้นอย่างละเอียด พบของกลางบัตรเครดิตธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ รวม 12 ใบ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 3 เล่ม
มีนามบัตรและบัตรระบุชื่อคนดังๆ เพียบ โดยเฉพาะมีบัตรอำนวยความสะดวก มีภาพและชื่อของ พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเขียนระบุว่า “โปรดอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือบัตรนี้ด้วย”
นอกจากนั้น มีบัตรเครดิตหลายใบ ทั้งหมดเป็นชื่อของ วีระพล ผู้เสียหาย เมื่อสอบถามว่าบัตรเหล่านี้เป็นของใคร ผู้ต้องหาปฏิเสธ “ไม่ใช่ของผม ไม่รู้มาได้อย่างไร”
จอมตุ๋นหน้าใส บอกว่า หลังเรียนจบภาควิชาการประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ออกมารับจ้างอิสระ หรือฟรีแลนซ์รับออกแบบสิ่งพิมพ์และเอกสารประชาสัมพันธ์
ปัจจุบันทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ครีเอทีฟให้กับบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ส่วนนามบัตรระบุชื่อบุคคลนามสกุลดังทำขึ้นเอง หลังจากนั้นไม่ว่าจะถามอะไร ผู้ต้องหาบอกว่า “ผมไม่อยากพูดแล้ว ผมอยากคุยกับทนายความ”
ระหว่างสืบสวน วาติณ ออกอาการก่อกวนเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมาก ถามอะไรก็บอกว่า ไม่รู้ ไม่เกี่ยวอยู่ดีๆ ก็คว้าโทรศัพท์บอกว่าจะโทร.ไปหาแฟน จนถูกตะคอกอยู่หลายครั้ง มันถามกลับทันที “ก็นี่โทรศัพท์ผมไม่ใช่เหรอ”
พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่บัตรเครดิตธนาคารกรุงไทยได้ประสานข้อมูลกับชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. ว่าพบข้อมูลคนร้ายมีพฤติการณ์นำบัตรประชาชนของผู้อื่นไปขออนุมัติสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลจากสถาบันการเงินหลายแห่ง สร้างความเสียหายนับล้านบาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาปลอมและใช้เอกสารราชการของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม เช่นเดียวกับธนาคารที่เบื้องต้นแจ้งความกับผู้ต้องหากรณีใช้เอกสารเท็จดำเนินธุรกรรม ซึ่งต้องดูอีกว่าจะสามารถดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชนเพิ่มเติมได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม วายร้ายรายนี้ยังคงให้การปฏิเสธและไม่ยอมรับว่าเอกสารที่ค้นเจอในรถเป็นของเขา พ.ต.อ.สุพิศาล แนะนำให้รับสารภาพ ไม่เช่นนั้นต้องไปสู้กันอีกหลายกระทง แต่มันก็ไม่ฟัง และยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก้มหน้าสะอึกสะอื้นหน้าตาเฉย แต่พอควบคุมตัวมันเงยหน้าขึ้นมาไม่มีน้ำตาสักหยด สุดแสบจริงๆ
ลักษณะพฤติกรรมทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อคำให้การ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างประสานให้ผู้เสียหายที่เชื่อว่าถูกผู้ต้องหานำเอกสารและข้อมูลต่างๆ ไปใช้กระทำความผิดเข้าแจ้งความเพิ่มเติม และสืบสวนขยายผลการจับกุมต่อไป
แม้ว่า วาติณ จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเป็นพัลวัน แต่จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่าเคยถูกตำรวจ สน.ยานนาวา จับกุมตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหาลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดขวางเพื่อคุ้มครองทรัพย์นั้น ภายหลังก่อเหตุขโมยคอมพิวเตอร์จากบริษัท ไลว์ จำกัด
นอกจากนี้ ยังเคยถูกดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสารในท้องที่ สน.ทองหล่อ และ สน.ทุ่งมหาเมฆ มาก่อนหน้านี้ด้วย ก่อเหตุเสร็จถูกจับก็ประกันตัวออกไปก่อเหตุซ้ำๆ ซากๆ จนเหลี่ยมจัดเกินบรรยาย
เห็นไหมสังคมปัจจุบันวายร้ายก่อตัวขึ้นเต็มบ้านเต็มเมือง สารพัดกลโกงถูกงัดออกมาใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ โดยไม่คำนึงว่าคนอื่นจะเสียหายอย่างไรคนประเภทนี้ทำอย่างไรจะกำจัดให้หมดสิ้นไปเสียที!!!







