
วัดใจบิ๊กตู่สอบนายพล‘ม.’ ฟันตอค้ามนุษย์
แม้ทั้งเสียงจากฝั่งของตำรวจและทหารจะใจตรงกันยืนยันว่า ไม่มีนายทหารยศนายพลคนใดเกี่ยวข้องในบัญชีรายชื่อส่วยค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา ที่ตำรวจ จ.ระนอง
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
แม้ทั้งเสียงจากฝั่งของตำรวจและทหารจะใจตรงกันยืนยันว่า ไม่มีนายทหารยศนายพลคนใดเกี่ยวข้องในบัญชีรายชื่อส่วยค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา ที่ตำรวจ จ.ระนอง บุกเข้าค้นบ้านพักแห่งหนึ่งเมื่อคืนวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา
แต่สิ่งที่ปรากฏจากหลักฐานที่เผยแพร่ทางสื่อกลับยืนยันชัดเจนว่า ในช่วงที่ตำรวจจ.ระนอง เข้าค้นและพบหลักฐานในบ้านพักของ ธนาคาร โมฬี เครือข่ายของวราคม โมฬี หรือโกเนิน ผู้ต้องหาคดีค้าชาวโรฮีนจา ซึ่งรายละเอียดเข้าตรวจค้นในข้อที่ 8 ระบุว่าเจ้าของบ้านพักต้องสงสัยได้ทำธุรกรรมทางการเงินกับนายทหารยศพลตรีนายหนึ่ง
รายงานการตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหาเครือข่ายค้ามนุษย์โรฮีนจา จ.ระนอง ดังกล่าว ที่สื่อได้นำเสนอไปแล้ว ลงวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา มี พ.ต.อ.อดิษร ตันเพชรทองกุล รอง ผบก.ภ.จว.รน. พ.ต.อ.อนุสรณ์ งามชื่น รอง ผบก.ภ.จว.รน. พ.ต.อ.สุริยา รัตนกาญจนพันธ์ รอง ผบก.ภ.จว.รน. พ.ต.อ.สมชาย อิ่มใจ ผกก.สภ.เมืองระนอง พ.ต.อ.เสกสรร แก้วสว่าง ผกก.สภ.ละอุ่น พ.ต.อ.สมบัติ ชุมพล พงส.(ผทค) สภ.ระนอง พ.ต.ท.ยุทธนา ทองปาน สว.สส.สภ.เมืองระนอง พ.ต.ต.สานิตย์ ผอบสวัสดิ์ สวป.สภ.เมืองระนอง เป็นเจ้าพนักงานผู้มีชื่อในหมายค้นของศาลจังหวัดระนอง
การตรวจค้นมีขึ้นที่บ้านพักแห่งหนึ่งเลขที่ 260 หมู่ 6 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2558 เวลา 10.30 น. มีการระบุถึงหลักฐานเชื่อมโยงนายทหารระดับนายพล โดยเป็นเอกสารการทำธุรกรรมทางการเงินของธนาคารต่างๆ (ใบรับฝากเงินโอน) ที่มีไปยังบุคคลต่างๆ เกือบ 20 รายการ ในจำนวนนี้มี 4 รายการ ที่โอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ “นาย พล.ม.” พร้อมกันนี้ยังพบกระดาษเขียนข้อความระบุเลขบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ที่เกี่ยวโยงกับนายพลคนดังกล่าวอีก 1 แผ่น
นายพลอักษรย่อ ม. ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ภาคใต้ถูกตั้งคำถามขึ้นมาทันทีว่าไปมีชื่อเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร แต่เหนืออื่นใดแล้ว ชั่วโมงนี้ยังไร้วี่แววการตรวจสอบจากฝั่งของต้นสังกัด ทั้งที่นายกรัฐมนตรีเคยประกาศว่า ไม่ว่าใครเกี่ยวข้องจะถูกย้ายหมดแน่
หากมองย้อนไปว่าเหตุใดทำไมทหารจึงไม่ถูกตรวจสอบกรณีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาบ้าง ทั้งที่ที่ผ่านมาตำรวจเป็นฝ่ายเดียวที่ถูกสอบ และถูกย้ายกราวรูดไปกว่า 50 นายในพื้นที่ ทั้งจ.ระนอง สตูล และสงขลา ที่อาจข้องเกี่ยวกับการหาประโยชน์จากกลุ่มชาวโรฮีนจา
ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เฉพาะตำรวจฝ่ายเดียว แต่ฝ่ายความมั่นคงอย่างทหารต้องรับรู้ รับเห็น รับทราบกับขบวนการค้ามนุษย์ที่มากันนับหมื่นชีวิต ข้ามฝั่งชายแดนทั้งทางบก ทางน้ำ มายังราชอาณาจักรไทย
แม้จะไม่ยืนยันว่ามีการโอนเงินให้นายพล ม. จำนวนเท่าใด หรือด้วยวัตถุประสงค์ใด แต่ประเด็นคือว่าทำไมนายทหารคนดังกล่าวไม่ปรากฏเป็นข่าวถูกเรียกเข้าไปตรวจสอบ หรือตั้งกรรมการสอบสวนว่ามีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร ทั้งที่ปรากฏชื่อหราเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาตามหมายจับ
ข้อมูลฝั่งตำรวจเองซึ่งเป็นหนึ่งในทีมทำงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้ ก็ยอมรับว่ามีตำรวจชั้นสัญญาบัตรเข้าไปเกี่ยวข้องกับส่วยค้ามนุษย์จริง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ขบวนการนี้ได้ดำเนินการต่อไป
ขบวนการจะจ่ายให้ตำรวจน้ำที่จะปล่อยให้ชาวโรฮีนจาเข้ามา โดยคิดค่าหัวคนละ 4,000 บาท และต้องจ่ายให้กับ “ทหารที่ดูแลแนวน่านน้ำ” อีกด้วยในราคาหัวละ 2,000 บาท
ล่าสุด แม้การขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจายังคงเดินหน้าตามแรงกระตุกจากรัฐบาล จนถึงขณะนี้ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาไปแล้ว 71 คน ควบคุมตัวได้ 33 คน ที่เหลืออีก 38 คน ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี นอกจากนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ยึดและอายัดทรัพย์ผู้ต้องหารวมแล้วกว่า 75 ล้านบาท
ทว่าเหนืออื่นใดคำพูดประกาศิตของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่หนักแน่นว่า “10 วัน” นับจากวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสแกนทุกตารางนิ้วเคลียร์ปัญหาชาวโรฮีนจาและฟันกับข้าราชการที่เข้าไปพัวพันเกี่ยวข้องอย่างไม่เลี้ยง ยังไร้พลัง เพราะเพิกเฉยกับกลุ่มคนมีสีพวกเดียวกันอยู่







