
ชงตั้งสมัชชาศิลปะวัฒนธรรมผุดกองทุนช่วยศิลปิน
กมธ.ปฏิรูปศิลปวัฒนธรรม ชงตั้งสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ ผุดกองทุนช่วยศิลปิน ชูยุทธศาสตร์แปลงวัฒนธรรมเพิ่มมูลค่า
กมธ.ปฏิรูปศิลปวัฒนธรรม ชงตั้งสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ ผุดกองทุนช่วยศิลปิน ชูยุทธศาสตร์แปลงวัฒนธรรมเพิ่มมูลค่า
เมื่อวันที่ 19 พ.ค. สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ในวาระที่ 35 ศิลปวัฒนธรรม เพื่อสร้างคุณค่า และมูลค่าทางการเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ที่มีนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นประธาน ซึ่งมีสาระสำคัญในการปฏิรูป 6 ประการ คือ 1. สร้างดุลยภาพแหงอำนาจการจัดการด้านศิลปะวัฒนธรรม โดยคำนึงถึงภารรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน 2. การจัดตั้ง “องค์กรสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ” ซึ่งเป็นองค์กรภาคระชาสังคม เพื่อพัฒนา ปกป้อง ฟื้นฟู อนุรักษ์ เผยแพร่ และสืบสานงานด้านศิลปะวัฒนธรรม 3. จัดให้มีแผนแม่บทระดับชาติว่าด้วยศิลปะ วัฒธรรม เพื่อพัฒนาผู้สร้าง ผู้เสพ และผู้สนับสนุนงานศิลปะและวัฒธรรม รวมถึงการพัฒนามูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยใช้ฐานคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรม
4. การเปิดพื้นที่ทางกายภาพและพื้นที่สื่อทุกรูปแบบ สำหรับกิจกรรมด้านศิลปะ วัฒนธรรม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมโดยใช้ฐานคุณค่าของศิลปะ วัฒธรรม 5. การจัดตั้งให้มีกองทุนสร้างเสริมศิลปะ วัฒนธรรม เป็นกองทุนภาคประชาสังคม เพื่อสร้างศักยภาพในการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง และ 6. ส่งเสริมเสรีภาพในการเรียนรู้และเข้าถึงศิลปะ วัฒนธรรมและจริยธรรมอย่างเท่าเทียมกัน
ขณะที่สมาชิก สปช. อภิปรายอย่างหลากหลาย อาทิ นายปรีชา เถาทอง กมธ. ปฏิรูปค่านิยมฯ กล่าวว่า จะยกระดับคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นคุณค่าทางจิตให้ ให้เกิดคุณในเชิงประจักษ์เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงกล่าวถึงการอนุรักษ์ วิจัย และส่งเสริมที่เป็นวาทกรรมเท่านั้น ฉะนั้นแนวทางในการปฏิรูปจะต้องบูรณาการกับทุกภาคส่วนตั้งแต่การศึกษา เศรษฐกิจ และสังคม ฯลฯ โดยมีเป้าหมายแท้จริงในการการปฏิรูปคน ซึ่งจะต้องปฏิรูปค่านิยมเพื่อชี้ให้คนเห็นคุณค่าและแปรคุณค่านั้นให้เกิดมูลค่าต่อไป
นางพรรณี จารุสมบัติ รองประธาน กมธ.ปฏิรูปแรงงาน กล่าวว่า ทุนทางวัฒนธรรมเป็นทุนที่ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่มมูลค่า แต่บางกรณีประเทศไทยเพิ่มมูลค่า แต่ไม่ได้รักษาคุณค่าเอาไว้ เช่น การนำสิ่งมีชีวิตในทะเลอันดามันขึ้นมาเล่น ฯลฯ ทั้งนี้มีกรณีตัวอย่างที่สามารถสร้างมูลค่าและรักษาคุณค่าของศิลปวัฒธรรมได้จริง เช่น การนำอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธ์เวียงท่าการ อ.จอมทอง จ.เชียงมา มาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชน หรือ บ้านตุ๊กตา อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ที่เพิ่มมูลค่าของศิลปและภูมิปัญญาท้องถิ่น ขณะที่ยังรักษาคุณค่าของชุมชนไว้ได้
นางถวิลวดี บุรีกุล สมาชิก สปช. และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ข้อเสนอของ กมธ. ปฏิรูปค่านิยมฯลฯ ยังไม่ได้จัดทำข้อเสนอในการสร้างสัญลักษณ์ทางวัฒธรรม การส่งเสริมให้เกิดความภาคภูมิใจ หรือปรับพฤติกรรมของบุคคลที่มีต่อการเสพศิลปะ รวมถึงการสร้างตัวแบบของวัฒนธรรมที่จะนำไปสู่การถ่ายทอดวัฒธรรม ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคม และการสร้างสถาบันที่ส่งเสริมความภูมิใจในความเป็นไทย ความเป็นชาติ จนนำไปสู่การรักษาศิลปวัฒธรรมของตนเอง เช่น ประเทศที่เจริญแล้วผู้ปกครองจะนำบุตรหลานไปชมพิพิธภัณฑ์หรือละคร แต่ประเทศไทยมักพาบุตรหลายไปห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ฉะนั้นจึงควรกระตุ้นให้คนไทยสนใจและภูมมิใจในศิลปวัฒธรรม แทนการมุ่งขายวัฒธรรม
ทั้งนี้ที่ประชุม สปช. ได้รับทราบรายงานของ กมธ.ปฏิรูปค่านิยมฯ และเข้าสู่การประชุมในวาระที่ 36 การส่งเสริมคามเข้มแข็งของสถาบันศาสนาเพื่อให้เป็นสถาบันหลักของสัมคม ต่อไป







