
สศช.กระทุ้งรัฐแก้ 4 เรื่อง อุ้มเกษตรกรหลังรายได้หาย 12%
เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสแรกปี 2558 ซึ่งอ่อนแอลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และรายได้เกษตรกรยังคงลดลงต่อเนื่อง โดยพบว่าติดลบอยู่ 12% จึงได้เสนอว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับประเด็นต่างๆ ได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร โดยให้ความสำคัญกับการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจสถานการณ์และเงื่อนไขทางด้านราคา เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรปรับตัวต่อการเปลี่ยน แปลงของเงื่อนไขด้านราคาในตลาดโลกควบคู่กับการปรับตัวเพื่อลดต้นทุนการผลิต
2.การบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรและผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะซบเซาของการส่งออก 3.การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการดำเนินการ ตามโครงการลงทุนที่สำคัญๆ ของภาครัฐ ประกอบด้วย การเร่งรัดการ เบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำ 98% รายจ่ายลงทุน 70% งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 75% รวมทั้งการเร่งรัดโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและระบบขนส่งทางถนน ระยะเร่งด่วน : มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 วงเงินรวม 78,294.85 ล้านบาท ให้เริ่มดำเนินการและมีการเบิกจ่ายงบประมาณได้ไม่ต่ำกว่า 50% รวมทั้งเร่งรัดการให้เอกชนที่ ได้สิทธิส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอลงทุนจริง โดยมีการหารือในกรรมการว่าจะต้องลงทุนใน 1 ปีภายหลังได้บีโอไอ และ
4.การเร่งรัดแก้ไขปัญหาด้านการส่งออก โดยในระยะยาวจะต้องปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า ส่วนในระยะสั้นควรให้ความสำคัญกับการดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเร็วกว่าประเทศคู่แข่ง การแสวงหาตลาดและเพิ่มปริมาณสินค้าส่งออกที่สำคัญๆ การลดปัญหาอุปสรรคความล่าช้า และการเร่งรัดแก้ปัญหาการค้าแรงงานข้ามชาติและปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย
ไตรมาสแรกเศรษฐกิจโตได้ 3% ได้ปัจจัยหนุนจากการลงทุนรวมที่ขยายตัวได้ 10.7% โดยภาครัฐขยายตัวได้ 37.8% ขณะที่การลงทุนเอกชนเพิ่มขึ้น 3.6% รวมถึงการบริโภคทั้งภาครัฐและเอกชนที่ขยายตัวได้ 2.5% และ 2.4% ตามลำดับ ตลอดจนการท่องเที่ยวและภาคการผลิตอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง
ส่วนแนวโน้มการส่งออกน่าจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป โดยคาดว่าจะได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท โดย สศช.คาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนในปี 2558 อยู่ที่ 32.7–33.7 บาท/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากที่ประมาณการครั้งก่อน 0.2 สตางค์
“เรื่องเงินบาทที่แข็งผมพูดมา 3 ปีแล้ว เรื่องลดดอกเบี้ยก็ต้องบอกว่ามาช้าดีกว่าไม่มา ดอกเบี้ยลงไม่ได้บอกว่าฟลอร์แล้ว แต่ก็เห็นว่าปรับลดลงได้อีก แสดงว่ายังมีฟลอร์หลายชั้นยังกั๊กอยู่ การปรับลดดอกเบี้ยก็เป็นวิธีที่ประเทศต่างๆ ใช้กัน และเมื่อลดแล้วก็ไม่ได้บอกว่าขึ้นไม่ได้ ก็ดูตามสถานการณ์ เพียงแต่ที่ผ่านมาเราใช้นโยบายการเงินตั้งรับอย่างเดียว” อาคม กล่าว
สมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า เชื่อว่าปัจจัยต่างๆ รวมทั้งการใช้จ่ายภาครัฐที่ดีขึ้นจะทำให้เศรษฐกิจโตได้ตามเป้า 3-4% ตามที่ สศช.ปรับลดคาดการณ์ลง โดยคลังยังให้ความสนใจกับการใช้งบประมาณปี 2559 ที่อยู่ระหว่างการออกกฎหมาย โดยงบลงทุนเป็นเม็ดเงินก้อนใหญ่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 6-7% จากปีก่อน จึงได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้หน่วยงานต่างๆ จัดเตรียมโครงการลงทุนให้พร้อมในช่วงที่รอกฎหมายงบประมาณใหม่แล้วเสร็จในเดือน ก.ย. หากผ่านสภาแล้วก็สามารถเบิกจ่ายได้ทันทีในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ก็จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ ไม่ต้องรอให้งบประมาณผ่านความ เห็นชอบแล้วตั้งเรื่องเบิกจ่ายเหมือนที่ผ่านมา
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรืออีไอซี ระบุว่า อีไอซียังคงคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้โตได้ 3% โดยเศรษฐกิจไตรมาสแรกไม่ได้แย่ลงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล แต่อยู่ในภาวะทรงตัวเนื่องจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ทดแทนกำลังซื้อคนไทยที่ยังไม่ฟื้นตัว การผ่อนคลายนโยบายการเงินและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลจะมีบทบาทช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะต่อไป ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวไตรมาสต่อไตรมาสได้สูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีได้







