
หายนะเศรษฐกิจกับภัยแล้งถล่มโลก
โจทย์สำคัญสำหรับประเทศเกษตรกรรมหลักก็คือ จะทำอย่างไรในการพัฒนาสาธารณูปโภคด้านการเกษตรที่มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับภัยธรรมชาติ
โจทย์สำคัญสำหรับประเทศเกษตรกรรมหลักก็คือ จะทำอย่างไรในการพัฒนาสาธารณูปโภคด้านการเกษตรที่มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับภัยธรรมชาติ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ภาวะแห้งแล้งไม่ใช่ปัญหาสำหรับเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาระดับชาติที่ส่งผลกระทบถึงคนทุกระดับชั้น
อย่างน้อยก็ส่งผลกระทบต่อภาวะการกินอยู่ของประชาชน เมื่อภาวะแห้งแล้งรุนแรงทำให้การเพาะปลูกไม่ได้ผล และทำให้ปริมาณการผลิตอาหารลดลง ผลักดันให้ราคาสูงขึ้น กลายเป็นปัญหาเงินเฟ้อที่จะติดตามมา
สำหรับในเอเชีย ประเทศที่ได้รับผลกระทบเรื้อรังจากภาวะแห้งแล้ง มักปรากฏชื่อของอินเดียเป็นรายแรกๆ ในฐานะที่อินเดียยังคงพึ่งพาการทำกสิกรรมในระดับที่สูงมาก อีกทั้งยังเป็นประเทศที่การจัดการทรัพยากรน้ำยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอยังผลให้เกษตรกรต้องพึ่งพาลมฟ้าลมฝนเป็นหลัก
ด้วยเหตุนี้ในแต่ละปีรัฐบาลและสื่อมวลชนของอินเดียจึงให้ความสำคัญกับแนวโน้มของปริมาณน้ำในแต่ละปีค่อนข้างมาก
แต่โชคร้ายที่ลมฟ้าลมฝนในช่วงหลังไม่เป็นใจนัก อันเนื่องจากสภาพอากาศโลกยิ่งแปรปรวน ยังผลให้อินเดียต้องเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนินโญบ่อยครั้งขึ้น
ดังเช่นเมื่อช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว รัฐบาลอินเดียต้องกลุ้มหนัก เนื่องจากปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูมรสุมระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ย. หล่นฮวบลงถึง 29% ส่งผลให้การเพาะปลูกข้าวไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย และทำให้การเพาะปลูกอ้อยต้องลดต่ำลง
ผลจากภาวะแห้งแล้งในอินเดียยังผลให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอินเดียอาจลดลงถึง 2%
ไม่เพียงเท่านั้น หากการเพาะปลูกในอินเดียไม่ได้ผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย อินเดียก็จำจะต้องนำเข้าเพิ่มเติม หรืออาจต้องชะลอการเพาะปลูกอ้อยส่งผลให้ราคาข้าวในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ดังเช่นเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ราคาอ้อยในตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ก็พลอยจะได้รับผลกระทบไปด้วย
เงื่อนไขหลักที่ทำให้ภาวะแห้งแล้งเป็นปัญหาหนักอกของอินเดีย เนื่องจากภาคเกษตรคิดเป็นสัดส่วนถึง 17% ของเศรษฐกิจอินเดีย ขณะที่การบริโภคในภาคชนบทคิดเป็นสัดส่วนถึงกึ่งหนึ่งเศรษฐกิจทั้งประเทศ
หากฟ้าฝนไม่เป็นใจต่อการเพาะปลูก ก็หมายถึงเศรษฐกิจของอินเดียจะสุ่มเสี่ยงกับการเป็นอัมพาตมากขึ้นเท่านั้น และการค้าโลกจะผันผวนไปตามราคาสินค้าเกษตรที่ขึ้นๆ ลงๆ ตามสภาวะอากาศ จนกว่าอินเดียจะจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
ทว่า ประเด็นนี้ยังเป็นที่น่ากังขาสำหรับอินเดียซึ่งมีความก้าวหน้าในด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เชื่องช้าอย่างมาก
อีกประเทศ ที่มักประสบกับภาวะแห้งแล้งรุนแรงจนกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ คือ ออสเตรเลีย
เมื่อปี 2549 ออสเตรเลียประสบกับภาวะแห้งแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษยังผลให้ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ต้องปรับลดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจในปีนั้น และเฉพาะช่วงไตรมาส 3 เศรษฐกิจขยายตัวช้าที่สุดในรอบ 3 ปี
ไม่เพียงเท่านั้น การเพาะปลูกยังได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจนราคาข้าวสาลีพุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี ไม่เฉพาะแค่ในออสเตรเลียเท่านั้น แต่ยังรวมถึงราคาข้าวสาลีทั่วโลก
แต่ล่าสุด สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือภาวะแห้งแล้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภาวะแห้งแล้งที่กำลังลุกลามในไทยและกัมพูชา จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตข้าวในปีนี้ ในฐานะที่ไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะเป็นตัวแปรด้านบวกต่อราคาข้าว แต่จะเป็นตัวแปรด้านลบสำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลก ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหานี้บ้างแล้ว
คอนเซปซิออน คัลเป นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประมาณการว่า ภาวะแห้งแล้งจะทำให้ปริมาณการผลิตข้าวในไทยลดลงถึง 6% และลดลง 10% ในส่วนของกัมพูชา
เป็นที่น่าสังเกตว่า จีนอาจเป็นปมเงื่อนสำคัญของภาวะแห้งแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในส่วนแผ่นดินใหญ่ (Mainland Southeast Asia)|โดยเฉพาะในแถบภูมิภาคลุ่มน้ำโขงปีนี้ เนื่องจากการสร้างเขื่อนขวางแม่น้ำโขง ส่งกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทำให้การทำกสิกรรมในพื้นที่ตอนล่างของแม่น้ำต้องเสียหายรุนแรง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในจีนเองก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน จากภาวะแห้งแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งประสบกับภาวะแห้งแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี จนถึงเดือน มี.ค. ปีนี้ภาวะแห้งแล้งในพื้นที่ดังกล่าวสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อจีนเป็นเงินสูงถึง 2.37 หมื่นล้านหยวน และตัวเลขความเสียหายจะยิ่งทวีคูณยิ่งขึ้น ตามสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลายลงในบางพื้นที่
ไม่เท่านั้น หลังจากเผชิญภาวะแห้งแล้งยาวนานเกือบครึ่งปี พื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของจีนยังเผชิญกับภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ก่อให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงยิ่งขึ้น โดยรวมแล้วภาวะน้ำท่วมในจีนสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 8.24 หมื่นล้านหยวน
เศรษฐกิจของประเทศที่อิงกับกสิกรรมเป็นหลักย่อมจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาวะแห้งแล้ง ยกเว้นว่าจะมีรายได้จากทางอื่นเข้ามาทดแทนรายได้จากภาคเกษตรกรรม
ดังเช่นกรณีของออสเตรเลีย ที่เมื่อ 3 ปีที่แล้วประสบกับภาวะแห้งแล้งเป็นประวัติการณ์ จนรายได้จากการเพาะปลูกลดลงอย่างฮวบฮาบทว่า ออสเตรเลียยังมีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่มาอุดรูรั่ว ช่วยให้ตัวเลขจีดีพีในปี 2549 ยังขยายตัวต่อไปได้ แม้จะอยู่ในระดับที่เชื่องช้าลงก็ตาม
แม้ภาวะแห้งแล้งจะเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่โจทย์สำคัญสำหรับประเทศเกษตรกรรมหลักที่พบกับความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากภัยแล้งก็คือ จะทำอย่างไรในการพัฒนาสาธารณูปโภคด้านการเกษตรที่มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับภัยธรรมชาติที่อาจบั่นทอนรากฐานเศรษฐกิจของประเทศจนสั่นคลอน ดังที่ไทยกำลังประสบอยู่ในขณะนี้







