
สนช.เตรียมชำแหละงบ59วงเงิน2.7ล้านล้าน
สนช.เตรียมชำแหละงบ 59 วงเงิน 2.7ล้านล้านบาท รัฐบาลมั่นใจศก.ไทยโตต่อเนื่อง วาง8ยุทธศาสตร์บริหารงบประมาณ
สนช.เตรียมชำแหละงบ 59 วงเงิน 2.7ล้านล้านบาท รัฐบาลมั่นใจศก.ไทยโตต่อเนื่อง วาง8ยุทธศาสตร์บริหารงบประมาณ
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้นัดประชุมสนช.ในวันที่ 21 พ.ค. เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 วงเงิน 2,720,000,000,000 บาท ในวาระที่ 1 โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะมาแถลงต่อสนช.ถึงเหตุผลและหลักการในการเสนองบประมาณจำนวนดังกล่าวในเวลา 11.00 น. จากนั้นจะเปิดโอกาสให้สมาชิกสนช.อภิปรายแสดงความคิดเห็นก่อนลงมติรับหลักการ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปรับลดงบประมาณต่อไป
คณะรัฐมนตรีได้จัดทำบันทึกสาระสำคัญโดยระบุถึงภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2559ว่า มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราร้อยละ 3.7-4.7 ใกล้ชิดกับการขยายตัวในปี 2558 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจโลก ซึ่งคาดว่าจะทำให้การส่งออกจะสามารถกลับขยายตัวได้มากขึ้น ในขณะที่ราคาสินค้าส่งออก และราคาสินค้าเกษตรสำคัญมีแนวโน้มจะมีเสถียรภาพและเริ่มปรับเปลี่ยนสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้อุปสงค์ภาคเอกชนดีขึ้น รวมทั้งการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มที่จะขยายตัวในเกณฑ์สูงต่อเนื่อง ตามกรอบการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น และการดำเนินโครงการลงทุนที่สำคัญของภาครัฐมีความคืบหน้าและชัดเจนตามลำดับ ทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ
ทั้งนี้ งบรายจ่ายประจำปี 2559 เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณปี 2558 จำนวน 145,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.6% โดยวงเงินงบประมาณดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วน 20.4 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ
ขณะที่ ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ มีด้วย 8 ยุทธศาสตร์ และรายการค่าดำเนินการภาครัฐ สรุปดังนี้
1.ยุทธศาสตร์เร่งรัดวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ จำนวน 247,342.7 ล้านบาท เพื่อวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยเร่งรัดและผลักดันให้มีการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง และยั่งยืน แก่เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย พัฒนารายได้จากการท่องเที่ยวและการบริการ ส่งเสริมการจัดการน้ำอย่างบูรณาการ เร่งรัดประยุกต์ใช้งานวิจัยและพัฒนาไปสู่การปฏิบัติ เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนของประเทศอย่างยั่งยืน ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างเป็นระบบ
2.ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งรัฐ จำนวน 240,418.3 ล้านบาท เพื่อรักษาความมั่นคงแห่งรัฐ เทิดทูลและพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ โดยเสริมสร้างและพัฒนาระบบป้องกันประเทศให้มีความพร้อมและมีศักยภาพ เสริมสร้างความเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศและประชาคมโลกในการอำนวยความปลอดภัย
3.ยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเป็นธรรม จำนวน 222,375.9 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาว เสริมสร้างภาคเกษตรให้มีความเข้มแข็ง เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพและรายได้ เร่งดำเนินการระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพฯและชานเมือง เสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ปรับโครงสร้างราคาและการใช้พลังงานที่เหมาะสม เป็นธรรม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
4.ยุทธศาสตร์การศึกษา สาธารณสุข คุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพชีวิต จำนวน 994,414.6 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการขยายโอกาสและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีมาตรฐานอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พัฒนาด้านสาธารณสุขให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน ควบคุมการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เพื่อให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาศาสนาและวัฒนธรรม ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีค่านิยมและจิตสำนึกที่ดีงาม
5.ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 71,060.4 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรและธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพให้มีการใช้ประโยชน์ในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายอย่างสมดุล เตรียมความพร้อมรองรับและปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ ตลอดจนการแก้ไขที่ทำกินแก่ผู้ยากไร้ โดยคำนึงถึงความยั่งยืนของระบบนิเวศ
6.ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม จำนวน 27,335.5 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างประเทศไทยให้เป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐานขององค์ความรู้โดยพัฒนาเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์ เพิ่มขีดความสามารถและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ และสามารถประยุกต์ใช้เพื่อการบริการจัดการด้านต่างๆ
7.ยุทธศาสตร์การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จำนวน 9,099.3 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีและขยายความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศต่างๆ ส่งเสริมให้ประเทศไทยมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในเวทีระหว่างประเทศ และให้ความช่วยเหลือในการร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน มุ่งการให้บริการด้านการต่างประเทศ ตลอดจนดูแลสิทธิแรงงานไทยในต่างประเทศ
8.ยุทธศาสตร์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี จำนวน 364,645.7 ล้านบาท เพื่อสร้างสมดุลด้านการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการภาครัฐให้มีความพร้อม ส่งเสริมให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดมีบทบาทสำคัญในระดับพื้นที่อย่างบูรณาการ ปฏิรูปกฎหมายให้เป็นมาตรฐานสากล และพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ
9.รายการค่าดำเนินการภาครัฐ จำนวน 543,307.6 ล้านบาท เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายสำหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น การบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐให้มีประสิทธิภาพรวมทั้งการบริหารหนี้ภาครัฐและรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง
สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2559 จำแนกตามกระทรวงพบว่า 5 อันดับที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุด ได้แก่ 1.กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 520,132,166,300 บาท หรือ 19.1% 2.กระทรวงมหาดไทย จำนวน 343,707,272,300 บาท หรือ 12.6% 3.กระทรวงกลาโหม จำนวน 207,718,946,800 บาท หรือ 7.6 % 4.กระทรวงการคลัง จำนวน 199,328,807,200 บาท หรือ 7.3% และ5.กองทุนและเงินหมุนเวียน จำนวน 148,475,068,000 บาท หรือ 5.5 %
ส่วนงบกลาง ซึ่งเป็นรายจ่ายที่ตั้งไว้เพื่อจัดสรรให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจโดยทั่วไปเบิกจ่าย จำนวน 402,139,412,300 บาท หรือ 14.8% สำหรับกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด คือ กระทรวงพลังงาน จำนวน 2,045,391,300 บาท หรือ 0.1% ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด







