
ไอซีทีแจงไทยคมใช้เชิงพาณิชย์ไม่กระทบมั่นคง
ไอซีที แจง กมธ.ความมั่นคง ยัน ไทยคมยังเป็นของคนไทย ชี้ดาวเทียมทำเฉพาะเชิงพาณิชย์เท่านั้นหาประโยชน์จากความมั่นคงไม่ได้
ไอซีที แจง กมธ.ความมั่นคง ยัน ไทยคมยังเป็นของคนไทย ชี้ดาวเทียมทำเฉพาะเชิงพาณิชย์เท่านั้นหาประโยชน์จากความมั่นคงไม่ได้
การประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายเจะอามิง โต๊ะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ได้ประชุมเพื่อพิจารณาศึกษากรณีรัฐบาลมีนโยบายซื้อหุ้นของบริษัทไทยคมจำกัด มหาชน จากบริษัทเทมาเส็ก โฮลดิ้ง จำกัด โดยเชิญตัวแทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที มาชี้แจงต่อที่ประชุม
นายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศ กระทรวงไอซีที ชี้แจงว่า ดาวเทียมไทยคม เป็นของคนไทย ซึ่งกำกับดูแลของกระทรวงไอซีที โดยมีเอกชน คือ บริษัท ชินคอร์เปอเรชั่น จำกัด ได้รับสัมปทานด้านการบริหารจัดการทางธุรกิจเพื่อขายช่องสัญญาณทางอากาศ ภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียม โดยให้บริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตั้งบริษัทลูก คือ บริษัทไทยคม จำกัด เพื่อบริหารจัดการ และให้บริษัทชินคอร์ปฯต้องถือหุ้นในบริษัท 51 % ส่วนรายละเอียดการถือครองหุ้นอื่น ๆว่า มีนอมินีของต่างประเทศถือหุ้นแทนหรือไม่ เป็นหน้าที่ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต.ทำหน้าที่ตรวจสอบในรายละเอียดการผิดเงื่อนไขสัญญา
“ยืนยันว่าดาวเทียมไทยคม เป็นดาวเทียมสื่อสารเพื่อการพาณิชย์เท่านั้น ที่สามารถให้ข้อมูลการแพร่ภาพ และเสียง ไม่เกี่ยวข้องกับด้านความมั่นคง เพราะเป็นดาวเทียมที่มีข้อจำกัดด้านสัญญาณรบกวน เพราะอยู่ห่างจากพื้นดิน 36,000 กิโลเมตร และหมุนรอบตัวเองเท่ากับการโคจรของโลก และอยู่บนเส้นศูนย์สูตร ดังนั้น จึงไม่สามารถถ่ายภาพทางอากาศเพื่อสำรวจแหล่งน้ำมัน แหล่งแร่ หรือดำเนินการอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงได้ เพราะมีดาวเทียมดวงอื่นที่ทำหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น ดาวเทียมถ่ายภาพ เพื่อสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเจ้าของ ซึ่งสามารถถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงได้ เป็นต้น” นายไชยยันต์ กล่าว
ด้านนายเจะอามิง กล่าวว่า การประชุมกมธ.ในสัปดาห์หน้าจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า /และ กลต.มาให้ข้อมูลด้านการถือครองหุ้นของบริษัทชินคอร์ปฯ ต่อไป







