
จุดอ่อนอาเซียน
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา [email protected]
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา [email protected]
กลายเป็นข่าวร้อนอื้อฉาวที่ทั่วโลกต้องตามเกาะติดชนิดไม่ยอมให้คลาดสายตากันเลยทีเดียวค่ะ สำหรับกรณีการอพยพลี้ภัยของชาวโรฮีนจาภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
เหตุผลเพราะนอกจากจะมีประเด็นให้วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องที่ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย มีแนวทางปฏิบัติต่อผู้อพยพเหล่านี้เหมือนกันก็คือการผลักดันเรือออกนอกเขตน่านน้ำประเทศแล้ว
อีกหนึ่งประเด็นที่ประชาคมโลกให้ความสนใจไม่แพ้กันก็คือ ความล้มเหลวของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในการร่วมมือลงแรงจัดการปัญหาผู้อพยพที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาเซียนศึกษาส่วนหนึ่งเห็นตรงกันค่ะว่าความล้มเหลวดังกล่าวมีต้นตอมาจากหลักการที่จะไม่แทรกแซงเรื่องภายในของกันและกันระหว่าง 10 ชาติสมาชิกอาเซียน
ถามว่าทำไมนโยบายไม่ยุ่งเรื่องในมุ้งของเพื่อนบ้านจึงเป็นจุดอ่อนของอาเซียนไปได้ บรรดานักวิชาการตอบเป็นเสียงเดียวกันค่ะว่า เพราะทำให้อาเซียนเป็นองค์กรระดับภูมิภาคที่อ่อนแอไร้พลัง ไม่ต่างอะไรกับเสือกระดาษ
พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ไม่มีใครฟังหรือให้ความร่วมมือในสิ่งที่อาเซียนกำหนด แม้จะมีเป้าหมายเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกันของภูมิภาคนี้ก็ตาม
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดขณะนี้ก็คือกรณีของโรฮีนจาค่ะ
ทั้งนี้ ต้นตอหลักๆ ของการอพยพของชาวโรฮีนจามาจากการที่คนเหล่านี้ไม่อาจอาศัยอยู่ในบ้านเกิดอย่างพม่าหรือบังกลาเทศได้อย่างปกติสุข เนื่องจากประเทศดังกล่าวไม่ยอมรับสิทธิความเป็นพลเมืองของชาวโรฮีนจา แถมยังถูกกดขี่หรือกดดันสารพัด
แต่แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชาวโรฮีนจาในพม่าในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา กระนั้น ชาติสมาชิกอาเซียนกลับเลือกที่จะไม่ยุ่งเพราะมองว่าเป็นเรื่องภายใน อีกทั้งเกรงว่าจะทำให้รัฐบาลพม่าไม่พอใจ
ดังนั้น อาเซียนจึงต้องปวดหัวกับผู้อพยพชาวโรฮีนจาอย่างทุกวันนี้ โดยมีประเด็นปัญหาการค้ามนุษย์พ่วงเข้ามาเป็นของแถมด้วย
กระนั้น มองในแง่ดีหน่อยก็ต้องบอกว่าอาเซียนโชคดีค่ะที่ปัญหาโรฮีนจาปะทุขึ้นมา เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เห็นจุดอ่อนที่อาเซียนต้องลงมือปรับปรุงให้เร็วที่สุด ก่อนที่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า 10 ชาติสมาชิกอาเซียนก็จะเขยิบสถานะแน่นแฟ้นกลายเป็นประชาคมเศรษฐกิจ (เออีซี) ที่มีตลาดเป็นหนึ่งเดียวกัน







