
ภาคเกษตรพินาศ6หมื่นล้าน
ภาคการเกษตรฯ สาหัส ภัยแล้ง-แมลงระบาด ทำเสียหายกว่า 6 หมื่นล้านบาท ทำจีดีพีหด 2.7%
ภาคการเกษตรฯ สาหัส ภัยแล้ง-แมลงระบาด ทำเสียหายกว่า 6 หมื่นล้านบาท ทำจีดีพีหด 2.7%
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร|(สศก.) กระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า จากปัญหาภัยแล้งและการแพร่ระบาดของแมลงศัตรูพืชที่มีการแพร่ระบาดในช่วงปลายปี 2552|ต่อเนื่องกับปัญหาภัยแล้งในครึ่งปี 2553 ภาคการเกษตรเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท ส่งผลต่อจีดีพีภาคการเกษตรลดลง 2.7% จากเป้าหมายปี 2553 ที่ สศก.คาดไว้ว่า จีดีพีภาคการเกษตรจะโตที่ 3.1% ซึ่งหากปีหน้าสถานการณ์น้ำยังไม่ดีขึ้น คาดว่าจะส่งผลต่อภาคการเกษตรทั้งหมด เพราะไม่มีน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูก จะทำให้เกิดปัญหาสินค้าเกษตรราคาแพง
“ความเสียหายที่เกิดจากภัยแล้งตัวเดียวทำให้เกิดความเสียหายประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จีดีพีลดลง 2.7% โดยข้าวนาปรังเสียหายประมาณ 7,000 ล้านบาท เพราะผลผลิตลดลง ในขณะที่ผลไม้เสียหาย 4,000 ล้านบาท ปาล์มน้ำมันเสียหาย 1,200 ล้านบาท และสับปะรดเสียหาย 100 ล้านบาท” นายอภิชาต กล่าว
ดังนั้น ในช่วงผลผลิตปลายปี 2552 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2553 พบว่าผลผลิตข้าวเสียหายจากการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไปประมาณ 10 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และมันสำปะหลังเสียหายจากการแพร่ระบาดของเพลี้ยแป้งสีชมพู เสียหายกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท
นอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว ขณะนี้หลายฝ่ายเป็นห่วงในสถานการณ์ปีหน้า หากปริมาณน้ำที่กักเก็บได้ในปีนี้ยังคงไม่เข้าสู่ภาวะปกติ จะทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรในช่วงฤดูแล้งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยกรณีการเลื่อนทำนาปีออกไป 2 เดือนนั้น แม้จะไม่กระทบกับปริมาณผลผลิต แต่จะทำให้ข้าวออกมาพร้อมกัน เพราะเกษตรกรจะแย่งกันปลูกข้าวในช่วงที่มีน้ำ ทำให้ผลผลิตออกมากระจุกตัวและมีผลต่อราคาจำหน่ายอย่างแน่นอน







