posttoday
ภาวะเงินฝืด

ภาวะเงินฝืด

17 พฤษภาคม 2558

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ถึงเหตุผลที่ลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งล่าสุดอีก 0.25% หลังจากที่ลดไปในการประชุมก่อนหน้านี้ 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ระดับ 1.5%

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ถึงเหตุผลที่ลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งล่าสุดอีก 0.25% หลังจากที่ลดไปในการประชุมก่อนหน้านี้ 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ระดับ 1.5%

เหตุผลที่ กนง.เสียงข้างมากตัดสินใจลดดอกเบี้ยหนึ่งในนั้นคือ เกรงว่าอาจจะเกิดเงินฝืดขึ้นได้ หากการบริโภคของประชาชนยังคงชะลอตัว ราคาสินค้าไม่ขยับเพราะสินค้าที่ผลิตในสต๊อกยังระบายไม่ออก เศรษฐกิจมีความเสี่ยงมากขึ้น การส่งออกก็ยังไม่กระเตื้อง แนวโน้มที่อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (จีดีพี) อาจจะหดตัวลงกว่าที่คาดหมาย

แม้จะไม่พูดชัดเจนว่าเศรษฐกิจไทยจะเกิดเงินฝืด แต่นี่เป็นการส่งสัญญาณว่าหากไม่มีการลงทุนภาครัฐตามที่ทุกคนคาดหวังว่า สิ่งเดียวที่จะดึงเศรษฐกิจให้ฟื้นขึ้นมาได้คือการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ที่จะฉีดเงินเข้าสู่ระบบ ทำให้เกิดการจ้างงาน หากรัฐบาลผลักดันการลงทุนไม่ได้ ก็มีความเสี่ยงว่าอาจจะเกิดเงินฝืดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ

แม้ ธปท.จะไม่ยอมรับว่าเกิดเงินฝืดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ เพราะเป็นการวิเคราะห์จากภาพรวม และดูจากข้อมูลซึ่งเป็นการวิเคราะห์ด้านเทคนิค แต่หากดูเป็นรายภาคส่วนของเศรษฐกิจ จะเห็นว่าเกิดเงินฝืดขึ้นในบางส่วน เช่น ธุรกิจเอสเอ็มอีที่ขายสินค้าได้น้อย ขาดเงินทุนหมุนเวียน ในขณะที่รายจ่ายยังเท่าเดิม ทำให้เริ่มมีปัญหาสภาพคล่อง หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออาจถึงขั้นปิดกิจการ

สำหรับภาคครัวเรือน ผู้ใช้แรงงานทุกคนรู้ดีว่า ค่าครองชีพในปัจจุบันสูงมาก โดยเฉพาะราคาอาหาร ค่าเดินทาง หากครัวเรือนใดมีบุตรหลานที่อยู่ในการดูแล จะยิ่งมีค่าใช้จ่ายทบเข้าไปอีก บางครอบครัวก็ชักหน้าไม่ถึงหลัง หาได้ไม่พอใช้ก็ต้องไปกู้เงิน เป็นหนี้เอามาใช้จ่ายประทังชีวิตไปก่อน

สภาพเศรษฐกิจที่ซึมเซา การค้าขายไม่คล่อง กำไรของนายจ้างก็ลดลง และแน่นอนว่าเมื่อกำไรลดก็ต้องหาทางลดค่าใช้จ่าย ลูกจ้างมีความเสี่ยงที่จะถูกลดชั่วโมงทำงาน ตัดค่าทำงานล่วงเวลา ตัดสวัสดิการต่างๆ ลดเงินเดือนจนเลวร้ายที่สุดคือเลิกจ้าง

ปัญหาเศรษฐกิจที่เกี่ยวพันกันเป็นห่วงโซ่นี้ ใครก็เห็นว่าอนาคตจะเจออะไร คนที่ไม่ชอบความเสี่ยงก็จะไม่ใช้จ่าย เห็นได้จากการออมในระบบธนาคารยังเพิ่มขึ้น แม้ธนาคารจะลดดอกเบี้ยก็ตาม จะเก็บเงินไว้จนกว่าจะมั่นใจจึงจะนำมาใช้ คนที่มีเงินออมถือว่าโชคดีแต่ผู้ที่ไม่มีเงินออมแถมยังมีหนี้สินจะลำบากมาก

ไม่ว่ารัฐบาลจะยอมรับว่าเงินฝืดหรือไม่ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงคือคนไทยรู้สึกจนลง

การผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เมื่อเห็นว่าในอนาคตเศรษฐกิจเสี่ยงที่จะเกิดเงินฝืด เป็นแนวทางที่ถูกต้องไม่ถือว่าทำช้าเกินไป แต่สิ่งที่ยังไม่เห็นคือการผ่อนคลายนโยบายการคลัง เพื่อที่จะช่วยให้บรรยากาศเศรษฐกิจในอนาคตดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์