posttoday
ในรอยเวลา ปราจีนฯ-พระตะบอง

ในรอยเวลา ปราจีนฯ-พระตะบอง

17 พฤษภาคม 2558

ได้เยือนฝั่งแม่น้ำปราจีนบุรียามหน้าฝนครั้งใด ใจก็มักไพล่นึกไปถึงการเดินทางครั้งใหญ่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน

โดย...วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง เครือข่ายพุทธิกา http://www.budnet.org

ได้เยือนฝั่งแม่น้ำปราจีนบุรียามหน้าฝนครั้งใด ใจก็มักไพล่นึกไปถึงการเดินทางครั้งใหญ่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ในครั้งที่บ้านเมืองยังไม่มีรถยนต์ ถนนหรือไฟฟ้า เป็นการแรมทางครั้งใหญ่ที่กล่าวกันว่าไม่ใช่แค่การย้ายถิ่นของคนกลุ่มหนึ่งแต่เสมือนการย้ายเมืองทั้งเมืองที่ตั้งมั่นมานับร้อยปี

พ.ศ. 2449 เป็นปีที่ไทยต้องเสียดินแดนหลายส่วนให้ฝรั่งเศส รวมทั้งมณฑลบูรพาที่มีเมืองพระตะบองเป็นศูนย์กลาง และมีเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) เป็นเจ้าเมืองอยู่ในขณะนั้น

ความจริงฝรั่งเศสต้องการให้ท่านเป็นเจ้าเมืองอยู่ต่อไป แต่ความภักดีต่อราชสำนักสยามทำให้ท่านตัดสินใจผละจากตำแหน่งและแผ่นดินเกิด อพยพลูกหลานบริวารสู่ร่มเงาแผ่นดินสยาม

ปลายฤดูแล้งปีนั้นการเดินทางก็เริ่มต้นและกินเวลาจนเข้าสู่หน้าฝน ร้อยเอกไซเดนฟาเดน นายตำรวจหนุ่มชาวยุโรปที่เข้ามารับราชการอยู่ในสยาม ผู้ทำหน้าที่ไปรับขบวนเจ้าเมืองพระตะบองกลับสู่สยาม เล่าถึงการเดินทางของกองเกวียนตามเส้นทางกันดารที่ไม่มีทั้งถนนและสะพานว่า ตอนเริ่มออกเดินทางยังไม่เข้าหน้ามรสุม เมื่อถึงจุดที่ต้องข้ามแม่น้ำระดับน้ำขอดลงทำให้ตลิ่งสูง ต้องค่อยๆ หย่อนเกวียน 300 เล่มลงไปตามตลิ่งสูงชันทีละเล่ม แล้วไปชักรอกขึ้นฝั่งตรงข้าม

ต่อเมื่อฤดูฝนมาถึง น้ำหลากล้นเต็มฝั่งก็ต้องสร้างสะพานข้ามคลอง แต่ถึงตอนนั้นทางเกวียนเป็นหล่มโคลน และต่อมาสะพานที่สร้างไว้ก็ถูกน้ำพัดพังเสียหาย ต้องต่อแพไม้ไผ่ข้ามแม่น้ำ ขณะฝนตกหนักทั้งวันทั้งคืน เป็นฝันร้ายของทั้งคนและปศุสัตว์

แต่ในที่สุด เจ้าเมืองพระตะบองคนสุดท้ายก็รอนแรมผ่านความลำเค็ญมาถึงเมืองปราจีนบุรี ในวันที่ 27 ก.ค.ของปีนั้น และได้สร้างบ้านเมืองขึ้นใหม่ที่ริมฝั่งแม่น้ำปราจีนบุรี

ที่ยังปรากฏชัดเจนมาจนทุกวันนี้ก็ได้แก่ ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่อยู่ในโรงพยาบาลประจำจังหวัดปราจีนบุรี และวัดแก้วพิจิตร ที่อยู่เยื้องกันคนละฝั่งแม่น้ำ

ต้นฤดูฝนปีนี้ มีโอกาสได้เดินทางย้อนทวนรอยเส้นทางการอพยพของเจ้าเมืองคนสุดท้ายไปยังเมืองพระตะบองอีกครั้ง ซึ่งในปัจจุบันใช้เวลานั่งรถยนต์จากปราจีนบุรีราว 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น ด้วยระยะทาง 200 กว่ากิโลเมตร

พระตะบองมีมุมที่เหมือนเงาสะท้อนของกันและกันกับปราจีนบุรี ซึ่งมีอดีตเจ้าเมืองเป็นจุดเชื่อม โดยภูมิประเทศพระตะบองมี สังแก-เป็นแม่น้ำใหญ่ไหลผ่าน เช่นเดียวกับที่ปราจีนบุรีมีแม่น้ำปราจีนบุรี อันเป็นต้นสายของแม่น้ำบางปะกง

พระตะบองมีตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในลักษณะหน้าตาและขนาดคล้ายเคียงกับหลังที่อยู่ปราจีนบุรี แต่มีอายุเก่าแก่ราว 5 ปี และเป็นต้นแบบของหลังที่สร้างทีหลัง

และก็เช่นกับบ้านเมืองพุทธยุคโบราณโดยทั่วไปที่มีคตินิยมเรื่องการสร้างวัด เมืองพระตะบองก็หลากหลายไปด้วยวัดวา

วัดแห่งที่เพิ่งเป็นที่รู้จักของคนไทย ชื่อวัดปราบปัจามิตร อยู่ห่างตัวเมืองพระตะบองออกไปทางปลายน้ำสังแกสัก 10 กิโลเมตร แต่ดูจะมีความเกี่ยวข้องกับสยามอย่างสำคัญ ตามในเอกสารเรื่อง “พระยาคทาธรธรนินทรทำบุญฉลองพระไตรปิฎก” ที่ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร แห่งมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ค้นเจอในหอสมุดแห่งชาติ ระบุว่า เคยเป็นที่ประดิษฐานพระไตรปิฎกที่นำมาจากสยาม ก่อนอัญเชิญไปประดิษฐานยังวัดอื่นๆ ในพระตะบอง

เมื่อเดินทางมาพระตะบองครั้งต่อมา เธอสืบหาวัดนี้จากชาวบ้าน และมีคนนำทางมา ซึ่งทำให้เธอยิ่งทึ่งและตื่นเต้นจนขนลุก เมื่อเห็นหน้าบันด้านหน้าพระอุโบสถ ปรากฏตราราชวงศ์จักรี รูปจักรกับตรีศูล กับพระขรรค์ชัยศรี ซึ่งตามประวัติว่าเจ้าเมืองพระตะบองคนแรกเป็นผู้นำทูลเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ 1

นอกกำแพงแก้วหลังอุโบสถเป็นเจดีย์องค์ใหญ่ ข้างซุ้มประตูทางเข้ามีรูปปั้นบุรุษหนวดยาวโง้งในเครื่องแบบผู้มียศศักดิ์สูง เทียบจากรูปถ่ายและรูปปั้นที่ปรากฏอยู่ในเมืองไทย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ มั่นใจว่าเป็นเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) นั่นเอง เป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่ยืนยันความเป็นผู้อุปถัมภ์วัดนอกเมืองแห่งนี้ เช่นเดียวกับวัดดำเร็ยซอที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ
สังแกในตัวเมือง

วัดดำเร็ยซอถือเป็นวัดเอกของเมืองพระตะบอง และเป็นวัดประจำครอบครัวอภัยภูเบศร เมื่อย้ายครอบครัวมายังปราจีนบุรี เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) ยังจำลองแบบมาสร้างวัดแก้วพิจิตร ที่ริมแม่น้ำปราจีนบุรีด้วย หลังจากสร้างคฤหาสน์หลังใหม่อยู่เยื้องฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำ ราวจะแทนภาพจำของบ้านเมืองที่จากมา

แต่มีเกร็ดที่คล้ายเป็นหมายเหตุประวัติศาสตร์ว่า เจ้าของบ้านไม่เคยได้เข้าอาศัยในคฤหาสน์อันใหญ่โตโอ่อ่าทั้งหลังนั่นเลย หลังในเมืองพระตะบองเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ท่านก็จากมาก่อนได้เข้าอยู่ เมื่อมาสร้างหลังใหม่ที่ปราจีนบุรีท่านก็ตั้งใจว่าจะใช้ในการรับเสด็จเท่านั้น

จนเมื่อท่านถึงแก่อสัญกรรมในปี 2465 ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรจึงถูกใช้เป็นที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล และพระราชทานเพลิงที่วัดแก้วพิจิตร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท