posttoday
มีสุขมีทุกข์

มีสุขมีทุกข์

16 พฤษภาคม 2558

ความสุขกับความทุกข์ ไม่ต่างกับลมหายใจเข้ากับลมหายใจออก ที่สลับผลัดเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

ความสุขกับความทุกข์ ไม่ต่างกับลมหายใจเข้ากับลมหายใจออก ที่สลับผลัดเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา หลังจากชีวิตผมสัมผัสความสุขที่หายจากตาบอดได้ไม่นาน พ่อก็เริ่มป่วย ผมได้ดื่มด่ำกับความสุขที่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ พ้นจากโลกมืดมามองเห็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือน ผมก็ต้องลิ้มรสความทุกข์ระทมเพราะพ่อล้มป่วยและจากผมไป ทำให้ผมได้เห็นสัจธรรมว่า ความสุขกับความทุกข์มันใกล้กันเหลือเกิน

เมื่อหวนนึกกลับมามองภาพในอดีตทีไร ผมมักจะยิ้มทั้งน้ำตา ดีใจที่ดวงตาหายดี แต่ต้องเสียใจเรื่องพ่อ ผมตาบอดนานเกือบ 5 ปี แต่พอตาผมเห็นได้ชัด มีโอกาสได้มองพ่อเพียงแค่ 6 เดือน ยังไม่ทันได้ตอบแทนพระคุณอย่างที่ตั้งใจไว้

ผมอยากเลี้ยงและดูแลพ่อให้ได้สบายบ้าง แต่พ่อก็ด่วนจากผมไปเสียก่อนวันที่พ่อจากไป ท่านมีอายุ 66 ปี ขณะที่ผมกำลังเป็นหนุ่มอายุแค่ 17 ปีกับ 7 เดือนเท่านั้น

ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิต มีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับท่านหลายอย่าง เสมือนเป็นสัญญาณบอกว่าท่านจะมีชีวิตได้อีกไม่นานนัก นั่นคือ ท่านมักอึและฉี่ไม่ออกเป็นประจำ ผมเห็นแม่แอบร้องไห้เสมอ และมักบ่นว่า “อาการของพ่อเอ็งหนักขึ้นเรื่อยๆ คงอยู่ได้ไม่นาน”

“เราต้องพาพ่อไปรักษา”

ผมบอกกับแม่ โดยลืมนึกไปว่าครอบครัวเรายากจน ไม่มีเงินพอสำหรับค่ารักษา แค่ทุกวันนี้ผมทำงานได้ มีเงินให้คนในบ้านได้กินได้ใช้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนที่ต้องอดๆ อยากๆ ก็นับว่าดีขึ้นมากแล้ว

“เราไม่มีเงิน...ที่ทางก็ขายไปหมดแล้ว” แม่ตอบผมน้ำตาคลอ

ผมสะเทือนใจและนึกตำหนิตัวเอง ที่เป็นต้นเหตุให้แม่ต้องขายที่ ขายบ้าน ทั้งครอบครัวต้องทุ่มเทเงินทองมารักษาอาการมองไม่เห็นของผมจนสิ้นเนื้อประดาตัว หากไม่ได้นำเงินเหล่านั้นมาใช้เพื่อรักษาผม ครอบครัวเราก็ยังมีเงิน และเงินจำนวนนั้นอาจนำไปรักษาพ่อให้หายป่วยได้

แม่บอกผมว่า ถ้าเรารวย มีเงินแบบเศรษฐีเราคงพอจะพาพ่อไปรักษาตัวที่เมืองกวางโจวหรือที่ซัวเถาได้ พ่ออาจจะหายและกลับมามีสุขภาพดีเหมือนเดิม

พ่อไม่ได้เพิ่งป่วย พ่อป่วยเป็นโรคนิ่วมานานหลายปี และมีอาการทรุดหนักเป็นช่วงๆ แต่พ่อไม่ยอมขายที่ขายบ้านนำเงินไปรักษาตัว แต่ถึงคราวต้องรักษาผม พ่อกลับไม่ลังเล ยินดีให้แม่จัดการ พ่อไม่เคยคิดถึงตัวเองและนั่นคือการเสียสละของพ่อที่ผมไม่มีวันลืม

เมื่อไม่มีทางจะพาพ่อไปรักษาในเมืองได้อย่างที่คิด เราก็รักษาพ่อตามมีตามเกิด ผมต้องทนเห็นพ่อนอนป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ที่บ้าน แต่ในใจยังไม่ล้มเลิกความคิดหาทางพาพ่อไปรักษา ผมคิดว่าจะต้องทำงานหนักให้มากขึ้น รวบรวมเงินให้ได้ อาจจะไม่ใช่วันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่ผมจะไม่ย่อท้อ

ผมคิดในใจว่า “พ่อครับ พ่อรอผมหน่อยนะ ผมจะพาพ่อไปรักษา พ่อต้องหาย ต้องแข็งแรงอยู่กับพวกเราไปนานๆ”

วันหนึ่ง ขณะที่ผมกลับจากการไปรับจ้างขนฉี่ ได้ยินเสียงพ่อร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวด ผมรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน เห็นแม่ประคองพ่อให้นอนลงที่พื้น

“แม่ แม่...พ่อเป็นอะไรไปน่ะ”

ผมปราดเข้าไปหาด้วยความตกใจ พอเข้าใกล้ก็ยิ่งตกใจมากขึ้น เมื่อเห็นว่าใบหน้าของพ่อบิดเบี้ยวเหยเก

“พ่อเอ็งปวดฉี่ แต่ฉี่ไม่ออก แม่ก็ไม่รู้จะทำยังไง?”

“พ่อเจ็บ...ปวดเหลือเกิน...”

พ่อนอนร้องครวญคราง

“พ่อ!”

ผมตะโกนขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่หยดลงด้วยความสงสาร ผมบอกกับพ่อว่า “ผมจะช่วยพ่อ จะสวนฉี่ให้พ่อเอง”

แม้ผมจะไม่เคยทำ แต่เคยได้ยินชาวบ้านแนะนำวิธีการไว้ ผมกับพี่ชายเตรียมอุปกรณ์เพื่อจะทำการสวนฉี่ให้พ่อ โดยไปซื้อสายยางขนาดเล็กที่มีรูตรงกลางขนาดราว 1 มม. ความยาวประมาณ 12 นิ้ว ที่ปลายสายยางนำมาทาน้ำมันถั่วก่อน จากนั้นผมเป็นคนสอดสายยางนั้นเข้าไปที่ปลายอวัยวะเพศของพ่อ

ขณะที่ทำผมรู้สึกสงสารพ่อมาก ต้องทนเห็นพ่อเจ็บปวด เสียงพ่อร้องใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด แต่ผมก็ต้องฝืนดันสายยางนั้นให้เข้าไปลึกกว่า 7 นิ้ว

ตอนที่พ่อยังไม่เจ็บมาก ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะสวนฉี่ให้พ่อได้ เช่นเดียวกับพ่อที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ยอมให้ผมทำ แต่คงเพราะเจ็บและทรมานมากจนพ่อทนไม่ไหว จึงยอมให้ทำอะไรก็ได้ทุกอย่าง ผมสวนฉี่ให้พ่อด้วยตัวเอง ฉี่ที่อัดแน่นอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ ไหลออกมาได้ราวๆ ครึ่งชาม ใบหน้าที่เหยเกของพ่อเปลี่ยนเป็นมีรอยยิ้ม ผมมองดูพ่อด้วยความดีใจ

หลังจากวันนั้น เมื่อพ่อปวดฉี่ ผมก็มีหน้าที่สวนให้พ่อ ทำให้พ่อไม่ต้อง
ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอีก แต่ใช่ว่าพ่อจะหายดี นอกจากอาการต่อมลูกหมากโต เจ็บปวดทรมานเพราะฉี่ไม่ออก พ่อยังมีอาการท้องบวมเพราะถ่ายอุจจาระไม่ออกด้วย และนั่นทำให้พ่ออึดอัดไม่มีความสุขปวดท้องจนดิ้นทุรนทุราย เพราะทั้งแน่นจุกเสียดจนนอนไม่ได้

(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท